top of page

วิธีจัดเก็บยาผู้สูงอายุให้ปลอดภัย: 5 แนวทางจัดยาให้ถูกวิธี ไม่เสื่อมสภาพ และป้องกันการกินยาผิด

1 ก.ย.
ยาว 1 นาที
แนวทางการจัดเก็บยาสำหรับผู้สูงอายุอย่างถูกต้อง DHUB

สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ การทานยาเป็นเรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นทุกวัน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักมีโรคประจำตัวมากกว่า 1 โรค ทำให้มียาที่ต้องทานหลายชนิด ทั้งก่อนอาหาร หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน หากไม่มีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ อาจเกิดปัญหาลืมทานยา ทานยาซ้ำซ้อน หรือเผลอทานยาที่เสื่อมสภาพโดยไม่รู้ตัว


DHUB รวบรวมแนวทางการจัดเก็บยาสำหรับผู้สูงอายุอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และช่วยให้การดูแลเรื่องยาของคนที่คุณรักเป็นเรื่องง่ายขึ้น


  1. คัดแยกและจัดหมวดหมู่ยาให้ชัดเจน

จุดเริ่มต้นของการจัดยาที่ปลอดภัย คือการแยกประเภทของยาออกจากกันอย่างชัดเจน:


  • แยกตามเวลามื้ออาหาร: จัดกลุ่มยาตามเวลาที่ต้องทานจริง เช่น มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น และก่อนนอน

  • แยกตามประเภทการใช้งาน: แยก "ยาทาน" ออกจาก "ยาใช้ภายนอก" (เช่น ยาทา ยาหยอดตา ยาพ่น) โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันความสับสน

  • แยกยาอันตรายและยาฉุกเฉิน: ยาเฉพาะกิจหรือยาฉุกเฉิน (เช่น ยาอมใต้ลิ้นสำหรับโรคหัวใจ) ควรจัดไว้ในตำแหน่งที่หยิบได้ง่ายและมองเห็นชัดเจนในเวลาจำเป็น


  1. ใช้ตลับยาแบ่งวัน 7 วัน ช่วยจำแนกยาและป้องกันการลืม

การใช้ตลับยาเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการลดปัญหาการลืมทานยาหรือทานยาซ้ำ:


  • เลือกตลับแบ่ง 7 วัน (จันทร์ - อาทิตย์): มีช่องระบุวันและช่วงเวลาชัดเจน

  • สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านสายตา: ควรเลือกตลับยาที่มีสีแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา หรือมีตัวอักษรเบรลล์/ตัวหนังสือขนาดใหญ่

  • ข้อควรระวังสำคัญ: ไม่ควรแกะยาออกจากแผงฟอยล์มาใส่ตลับทิ้งไว้นานเกินไป เพราะความชื้นและอากาศอาจทำให้ตัวยาเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด


  1. ควบคุมอุณหภูมิและเลือกสถานที่เก็บยาให้เหมาะสม

สถานที่เก็บยามีผลโดยตรงต่อคุณภาพและประสิทธิภาพในการรักษาของยา:


  • เลี่ยงความชื้นและความร้อน: ห้ามเก็บยาไว้ในห้องน้ำ ห้องครัว หรือบริเวณที่โดนแสงแดดส่องถึงโดยตรง

  • ยาที่ต้องแช่เย็น (อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส): ให้เก็บในช่องแช่ธรรมดาของตู้เย็น ไม่ควรเก็บที่ช่องแช่แข็ง และเลี่ยงการเก็บที่ฝาประตูตู้เย็นเนื่องจากอุณหภูมิแกว่งบ่อยเวลาเปิด-ปิด

  • ปลอดภายและหยิบสะดวก: เก็บในตู้หรือชั้นวางที่สูงพ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง แต่ต้องอยู่ในระดับความสูงที่ผู้สูงอายุสามารถเอื้อมหยิบได้สะดวกโดยไม่ต้องปีนเก้าอี้


  1. ตรวจสอบวันหมดอายุ และวิธีสังเกตยาเสื่อมสภาพ

ก่อนให้ผู้สูงอายุทานยา ควรหมั่นตรวจสอบวันหมดอายุบนซองหรือแผงยา และสังเกตลักษณะทางกายภาพของยาเป็นประจำ หากพบความผิดปกติให้คัดแยกทิ้งทันที:


  • ยาเม็ด: สีเปลี่ยน มีจุดด่างดำ แตกร่วน บวม ชื้น หรือมีคราบเยิ้ม

  • ยาแคปซูล: เปลือกแคปซูลบวม นิ่ม เหนียว หรือติดกันเป็นก้อน

  • ยาน้ำ / ยาแขวนตะกอน: สีเปลี่ยน ตกตะกอนเป็นก้อนแข็งที่เขย่าไม่ละลาย แยกชั้นชัดเจน หรือมีกลิ่นบูดเปรี้ยว


  1. จัดทำ "สมุดบันทึกการใช้ยา" และเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน

การมีบันทึกรายการยาที่อัปเดตอยู่เสมอ จะช่วยให้การรักษาต่อเนื่องและปลอดภัย:


  • จดบันทึกรายละเอียด: รายชื่อยา ขนาดยา วิธีการใช้ และวัตถุประสงค์การรักษาของยาแต่ละชนิด

  • พกพาเมื่อพบแพทย์: นำสมุดบันทึกการใช้ยา หรือนำถุงยาทั้งหมดไปด้วยทุกครั้งที่ไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ตรวจเช็กและป้องกันการสั่งยาซ้ำซ้อนหรือยาตีกัน

  • บันทึกเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน: แปะเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน เบอร์โรงพยาบาล หรือเบอร์คลินิก/เภสัชกร ไว้ใกล้กับบริเวณตู้ยา


เพราะการดูแลผู้สูงอายุต้องอาศัยความใส่ใจอย่างใกล้ชิด

ในวันที่คุณติดภารกิจ ลางานไม่ได้ หรืออยู่ไกล ให้ DHUB ช่วยดูแลคนที่คุณรัก


ค่าบริการ 999 บาท เริ่มต้น 8 ชั่วโมงต่อครั้ง (ไม่รวมค่าเดินทาง) จองครั้งแรกฟรี 1 ครั้ง

ให้ DHUB เป็นตัวแทนความห่วงใยของคุณ — จองผ่าน dhub.care หรือทักถามก่อนได้ที่ LINE Official @dhub (ทีมงานติดต่อกลับภายใน 1 วัน)


----------------------------------------


DHUB บริการผู้ช่วยพาผู้สูงอายุไปหาหมอ และทำธุระ

ครอบคลุมทุกความต้องการ ดูแลอย่างมืออาชีพ


  • ผู้ช่วยทุกคนผ่านการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น มาตรฐานโรงพยาบาลวิมุต

  • ผู้ช่วยผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม มั่นใจได้

  • รายงานการดูแลตลอดวัน ให้คุณรับรู้ทุกการเคลื่อนไหว เสมือนไปด้วยตนเอง

  • ดูแลอย่างใกล้ชิด ปลอดภัย และไว้ใจได้

  • ค่าบริการ 999.- (ไม่รวมค่าเดินทาง) ฟรี! บริการ 1 ครั้ง เมื่อจองครั้งแรก *จำกัด 2,000 ท่านแรก


ติดต่อสอบถามบริการได้ที่ LINE : @dhub

เบอร์โทรศัพท์ : 02-124-3364


ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่


 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page