เบื้องหลังการคัดเลือก Helper ของ DHUB: จากใบสมัคร ถึงวันแรกที่ได้ดูแลคุณตาคุณยาย

ตอนที่คุณกดจองบริการ สิ่งที่คุณเห็นคือหน้าจอยืนยันการจองกับเวลานัด แต่สิ่งที่คุณกำลังตกลงจริงๆ คือการให้คนที่คุณยังไม่เคยเจอ มารับคุณแม่ที่หน้าบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น แล้วอยู่กับท่านไปทั้งวัน
เราคิดว่าครอบครัวมีสิทธิ์รู้ว่าคนคนนั้นผ่านอะไรมาก่อนถึงจะได้มายืนตรงนั้น บทความนี้จึงเล่ากระบวนการทั้งหมดตามลำดับจริง รวมถึงสิ่งที่กระบวนการนี้ยังทำไม่ได้
สรุป: ผู้ช่วยของ DHUB ต้องผ่านสี่ด่านก่อนรับงานแรก — ตรวจประวัติอาชญากรรมกับหน่วยงานทางการ เรียนภาคทฤษฎีของหลักสูตร Care Helper ซึ่ง DHUB ออกแบบร่วมกับโรงพยาบาลวิมุต อบรมภาคปฏิบัติที่โรงพยาบาลวิมุตกับพยาบาลวิชาชีพ และได้รับใบประกาศนียบัตรที่ออกโดย DHUB ร่วมกับโรงพยาบาลวิมุต จึงจะเริ่มรับงานได้ ลำดับนี้สำคัญ เพราะการตรวจประวัติมาก่อนการอบรม ไม่ใช่ตามหลัง
ด่านที่ 1 — ตรวจประวัติอาชญากรรม ก่อนเริ่มอบรม
ผู้สมัครทุกคนต้องยื่นตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับหน่วยงานทางการเป็นขั้นตอนแรก ก่อนจะได้เข้าสู่กระบวนการอบรมใดๆ
ลำดับตรงนี้เป็นเรื่องที่เราตั้งใจ หลายที่ตรวจประวัติเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเริ่มงาน ซึ่งแปลว่าเมื่อลงทุนอบรมคนไปแล้ว จะมีแรงกดดันให้มองข้ามสิ่งที่พบในภายหลัง การตรวจก่อนทำให้การตัดสินใจไม่ต้องแลกกับอะไรเลย
ผลการตรวจเป็นเอกสารจากหน่วยงานทางการที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ไม่ใช่การสัมภาษณ์แล้วประเมินเอาเอง
ด่านที่ 2 — ภาคทฤษฎีของหลักสูตร Care Helper
ผู้ที่ผ่านด่านแรกจะเข้าเรียนภาคทฤษฎีของหลักสูตร Care Helper และต้องเรียนจบตามที่หลักสูตรกำหนดก่อนจะไปต่อ
หลักสูตรนี้ DHUB ออกแบบร่วมกับโรงพยาบาลวิมุต ไม่ใช่หลักสูตรสำเร็จรูปที่ซื้อมาใช้ เนื้อหาจึงถูกวางให้ตรงกับงานจริงของผู้ช่วยที่ต้องพาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาลและทำธุระ ครอบคลุมพื้นฐานการดูแลผู้สูงอายุ การวัดความดัน การจัดการเรื่องยา การเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ และการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR)
ด่านที่ 3 — อบรมภาคปฏิบัติที่โรงพยาบาลวิมุต
ด่านนี้คือจุดที่ต่างจากการอบรมออนไลน์ทั่วไป ผู้ช่วยต้องเข้าอบรมภาคปฏิบัติที่โรงพยาบาลวิมุต โดยฝึกลงมือทำจริงภายใต้การดูแลของพยาบาลวิชาชีพ
เหตุผลที่ภาคปฏิบัติจำเป็น คือทักษะที่สำคัญที่สุดในงานนี้เป็นทักษะที่อ่านแล้วทำไม่ได้ เช่น การพยุงผู้สูงอายุขึ้น-ลงรถโดยไม่ทำให้ท่านเจ็บและไม่ทำให้ตัวเองบาดเจ็บ การประคองคนที่เดินไม่มั่นคงในพื้นที่แคบ และการอ่านสัญญาณว่าท่านเริ่มเหนื่อยแม้ท่านจะบอกว่าไหว
บรรยากาศการอบรมรุ่นที่ผ่านมา ดูได้จากบันทึกการอบรมภาคปฏิบัติที่เราเผยแพร่ไว้บนบล็อกของ DHUB
ด่านที่ 4 — ใบประกาศนียบัตร แล้วจึงเริ่มรับงาน
เมื่อผ่านการอบรมภาคปฏิบัติ ผู้ช่วยจะได้รับใบประกาศนียบัตรที่ออกโดย DHUB ร่วมกับโรงพยาบาลวิมุต พร้อมป้ายห้อยคอประจำตัว และต้องส่งใบประกาศนียบัตรเข้าระบบก่อนจึงจะเริ่มรับงานได้
การที่ใบประกาศนียบัตรออกร่วมกับโรงพยาบาลเป็นเรื่องที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ต่างจากใบรับรองที่ผู้ให้บริการออกให้ตัวเอง และเป็นสิ่งที่ทีมงานใช้ตรวจสอบก่อนจ่ายงานให้แต่ละครั้ง
ป้ายห้อยคอมีประโยชน์กับครอบครัวโดยตรง เพราะเป็นสิ่งที่ยืนยันตัวผู้ช่วยได้ในวันนัด หากมีคนมาที่บ้านโดยไม่มีป้าย ให้โทรตรวจสอบกับทีมงานก่อนเสมอ
ทำไมเราเล่าเรื่องนี้
คำว่า "ผู้ช่วยผ่านการอบรมและตรวจประวัติแล้ว" เป็นประโยคที่ทุกเจ้าเขียนได้เหมือนกันหมด สิ่งที่ต่างกันคือรายละเอียดว่าอบรมกับใคร ตรวจอะไร และเรียงลำดับอย่างไร เราจึงเลือกเล่าทั้งกระบวนการ เพื่อให้คุณเทียบกับเจ้าอื่นได้จริง ไม่ใช่เทียบจากคำโฆษณา
สิ่งที่กระบวนการนี้ยังไม่ครอบคลุม
การเล่าเฉพาะด้านที่ดีจะทำให้บทความนี้เป็นแค่โฆษณาอีกชิ้น เราจึงบอกข้อจำกัดไว้ด้วย
การอบรมนี้ไม่ได้ทำให้ผู้ช่วยเป็นบุคลากรทางการแพทย์ แม้หลักสูตรจะครอบคลุมเรื่องการวัดความดัน การจัดการเรื่องยา และการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน แต่ความรู้เหล่านี้มีไว้เพื่อให้ผู้ช่วยดูแลท่านได้อย่างปลอดภัยและรับมือได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่ใช่เพื่อทำหน้าที่แทนแพทย์หรือพยาบาล ในการให้บริการจริง ผู้ช่วยไม่ทำหัตถการทางการแพทย์ ไม่จ่ายยา และไม่ประเมินหรือวินิจฉัยอาการแทนแพทย์
การตรวจประวัติอาชญากรรมบอกได้เฉพาะสิ่งที่อยู่ในบันทึกของหน่วยงาน ไม่มีการตรวจใดที่รับประกันพฤติกรรมในอนาคตของใครได้ สิ่งที่เราทำเพิ่มคือมีเจ้าหน้าที่สแตนด์บายประสานงานตลอดการดูแล และมีรายงานสถานะเป็นระยะ เพื่อให้ครอบครัวไม่ได้อยู่ห่างจากสถานการณ์
ผู้ช่วยแต่ละคนมีบุคลิกและวิธีสื่อสารต่างกัน การอบรมทำให้มาตรฐานการดูแลเท่ากัน แต่ทำให้ทุกคนเข้ากับผู้สูงอายุทุกท่านได้เหมือนกันไม่ได้ หากรอบไหนรู้สึกว่าไม่เข้ากัน แจ้งทีมงานได้ที่ LINE @dhub
คำถามที่พบบ่อย
Q: ถ้าผู้ช่วยที่นัดไว้มาไม่ได้ในวันนั้น จะเกิดอะไรขึ้น
A: มีระบบผู้ช่วยสำรอง ทีมงานจะจัดผู้ช่วยคนอื่นที่ผ่านกระบวนการเดียวกันมาแทน โดยแจ้งครอบครัวให้ทราบ
Q: ขอดูเอกสารรับรองของผู้ช่วยได้ไหม
A: สอบถามได้ที่ LINE @dhub ทีมงานจะแจ้งให้ทราบว่าผู้ช่วยที่รับงานรอบนั้นผ่านหลักสูตรและการตรวจประวัติเรียบร้อยแล้ว
Q: ผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นได้ไหม
A: ได้ การพยุงและเคลื่อนย้ายเป็นส่วนหนึ่งของการอบรมภาคปฏิบัติ โดยขอให้แจ้งข้อมูลการเคลื่อนไหวของท่านตอนจอง เพื่อให้ทีมเตรียมความพร้อมได้เหมาะสม
Q: ผู้ช่วยถือเงินหรือจ่ายเงินแทนได้ไหม
A: ไม่ได้ ผู้ช่วยของ DHUB ไม่ถือเงินของลูกค้าแม้แต่บาทเดียว และไม่ทำธุรกรรมทางการเงินแทนผู้สูงอายุ ค่าใช้จ่ายหน้างานทั้งหมดผู้สูงอายุหรือครอบครัวเป็นผู้ชำระเอง
คนที่จะมาถึงหน้าบ้านพรุ่งนี้
เราไม่สามารถทำให้คุณรู้จักผู้ช่วยแต่ละคนเป็นการส่วนตัวก่อนวันนัดได้ สิ่งที่เราทำได้คือทำให้คุณรู้ว่าเขาผ่านอะไรมาก่อนจะได้มายืนตรงนั้น และเปิดให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
DHUB — ผู้ช่วยส่วนตัวพาผู้สูงอายุไปหาหมอและทำธุระ
ค่าบริการ 999 บาท เริ่มต้น 8 ชั่วโมงต่อครั้ง (ไม่รวมค่าเดินทาง) จองครั้งแรกฟรี 1 ครั้ง
ให้ DHUB เป็นตัวแทนความห่วงใยของคุณ — จองผ่าน dhub.care หรือทักถามก่อนได้ที่ LINE Official @dhub (ทีมงานติดต่อกลับภายใน 1 วัน)
----------------------------------------
DHUB บริการผู้ช่วยพาผู้สูงอายุไปหาหมอ และทำธุระ
ครอบคลุมทุกความต้องการ ดูแลอย่างมืออาชีพ
ผู้ช่วยทุกคนผ่านการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น มาตรฐานโรงพยาบาลวิมุต
ผู้ช่วยผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม มั่นใจได้
รายงานการดูแลตลอดวัน ให้คุณรับรู้ทุกการเคลื่อนไหว เสมือนไปด้วยตนเอง
ดูแลอย่างใกล้ชิด ปลอดภัย และไว้ใจได้
ค่าบริการ 999.- (ไม่รวมค่าเดินทาง) ฟรี! บริการ 1 ครั้ง เมื่อจองครั้งแรก *จำกัด 2,000 ท่านแรก
ติดต่อสอบถามบริการได้ที่ LINE : @dhub
เบอร์โทรศัพท์ : 02-124-3364
ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
.png)



ความคิดเห็น