วัคซีนที่ผู้สูงอายุควรฉีด: ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ งูสวัด และสิทธิฉีดฟรีที่หลายบ้านยังไม่รู้

มีครอบครัวหนึ่งเพิ่งมารู้ตอนที่คุณพ่อนอนโรงพยาบาลว่า ท่านมีสิทธิฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีมาตลอดหลายปี
ไม่มีใครในบ้านรู้ ไม่ใช่เพราะไม่สนใจ แต่เพราะไม่เคยมีใครบอก ท่านเองก็ไม่เคยถาม เพราะคิดว่าถ้าจำเป็นจริงหมอคงบอกเอง ส่วนลูกก็คิดว่าเรื่องแบบนี้โรงพยาบาลคงจัดการให้อยู่แล้ว
วัคซีนเป็นเรื่องที่ตกหล่นได้ง่ายกว่าเรื่องอื่นในการดูแลผู้สูงอายุ เพราะไม่มีอาการอะไรมาเตือนว่าถึงเวลาแล้ว ต่างจากยาที่หมดหรือนัดที่มีในสมุด บทความนี้จึงเขียนให้ลูกหลานใช้ตรวจสอบแทนท่านได้
คำตอบสั้น ๆ: วัคซีนที่พูดถึงกันบ่อยที่สุดสำหรับผู้สูงอายุคือวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ซึ่งรัฐจัดให้ฟรีสำหรับกลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิการรักษาในช่วงรณรงค์ประจำปี ส่วนวัคซีนอื่นอย่างปอดอักเสบ งูสวัด และคอตีบ-บาดทะยัก มีเงื่อนไขและความเหมาะสมต่างกันไปตามอายุ โรคประจำตัว และประวัติการฉีดของแต่ละคน จึงต้องคุยกับแพทย์เป็นรายบุคคล ไม่มีชุดมาตรฐานที่ใช้ได้กับผู้สูงอายุทุกคน
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี 2569 ใครได้ฟรีบ้าง
กรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จุดสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดคือ สิทธินี้ให้กับกลุ่มเสี่ยง "ทุกสิทธิการรักษา" ไม่ใช่เฉพาะผู้ถือบัตรทองเท่านั้น
กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับวัคซีนฟรีในปี 2569 มี 7 กลุ่ม
กลุ่ม | ใคร | สิ่งที่ลูกหลานควรตรวจสอบ |
1 | หญิงตั้งครรภ์ | ไม่เกี่ยวกับผู้สูงอายุโดยตรง แต่ควรรู้ไว้ถ้ามีคนในบ้านตั้งครรภ์ |
2 | เด็กอายุ 6 เดือน ถึงต่ำกว่า 5 ปี | ปีนี้ขยายให้ครอบคลุมเด็กเล็กทุกคน — ถ้าบ้านมีหลานเล็กที่ใกล้ชิดกับปู่ย่าตายาย การฉีดให้เด็กก็ช่วยลดการนำเชื้อเข้าบ้านด้วย |
3 | ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค: ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งระหว่างได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน | สำคัญที่สุดสำหรับผู้สูงอายุที่ยังไม่ถึง 65 ปี เพราะถ้าท่านมีโรคใดโรคหนึ่งในกลุ่มนี้ ท่านเข้าเกณฑ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอถึงอายุ 65 |
4 | ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป | เกณฑ์คือ 65 ปี ไม่ใช่ 60 ปี — เป็นจุดที่ครอบครัวเข้าใจผิดกันมากที่สุด |
5 | โรคธาลัสซีเมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ | |
6 | โรคอ้วน ตามเกณฑ์น้ำหนักหรือดัชนีมวลกายที่กำหนด | |
7 | ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ |
ช่วงรณรงค์ประจำปี 2569 อยู่ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 สิงหาคม 2569 และให้บริการแบบ "มาก่อน มีสิทธิก่อน" ตามจำนวนวัคซีนที่จัดสรรไว้ ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้ในเดือนสิงหาคม แปลว่าเหลือเวลาไม่มากแล้ว
กับดักที่หลายบ้านพลาด: 60 ไม่เท่ากับ 65
ครอบครัวส่วนใหญ่ได้ยินคำว่า "ผู้สูงอายุฉีดฟรี" แล้วเข้าใจว่าหมายถึงอายุ 60 ปีขึ้นไป เพราะเป็นเกณฑ์ที่ใช้กับสิทธิผู้สูงอายุเรื่องอื่นเกือบทั้งหมด แต่เกณฑ์อายุของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มที่ 4 คือ 65 ปีขึ้นไป
ผลคือมีคุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่อยู่ในช่วงอายุ 60 ถึง 64 ปี ซึ่งลูกพาไปแล้วถูกแจ้งว่าไม่เข้าเกณฑ์ แล้วก็เข้าใจไปว่าตัวเองไม่มีสิทธิอะไรเลย ทั้งที่ความจริงยังมีอีกสองทางที่ต้องตรวจก่อนจะสรุป
ทางที่หนึ่ง — ดูที่โรคประจำตัว ถ้าท่านมีโรคใดโรคหนึ่งใน 7 กลุ่มโรคเรื้อรังตามกลุ่มที่ 3 เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคปอด ท่านเข้าเกณฑ์ได้ทันทีไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ซึ่งครอบคลุมผู้สูงอายุไทยจำนวนมาก
ทางที่สอง — ดูที่สิทธิการรักษา ผู้ที่ยังเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมอยู่ อาจมีเงื่อนไขการรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ต่างจากช่องทางของ สปสช. ทั้งเรื่องเกณฑ์อายุและช่วงเวลาให้บริการ จึงควรสอบถามสายด่วนประกันสังคม 1506 แยกต่างหาก ไม่ใช่ถามที่เดียวแล้วสรุป
บทความที่เกี่ยวข้อง: สิทธิรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุ
ฉีดที่ไหน และจองล่วงหน้าอย่างไร
รับบริการได้ที่หน่วยบริการในระบบบัตรทองทุกแห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพฯ คลินิกชุมชนอบอุ่นที่เข้าร่วมโครงการ หรือสถานพยาบาลตามสิทธิที่ท่านไปรักษาประจำ
ดูรายชื่อหน่วยบริการที่ให้บริการได้ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ หรือโทรสายด่วน สปสช. 1330
ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ จองสิทธิล่วงหน้าได้ ผ่านแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ แล้วเลือกสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค หรือโทร 1330 กด 8 เฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่จริงในพื้นที่
ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ควรโทรนัดหมายกับหน่วยบริการล่วงหน้า เพื่อให้รู้วันเวลาที่แน่นอน และไม่ต้องพาท่านไปนั่งรอเก้อในวันที่วัคซีนหมดพอดี — ข้อนี้สำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุ เพราะการเดินทางเที่ยวเปล่าหนึ่งครั้งทำให้ท่านเหนื่อยทั้งวัน
วัคซีนอื่นที่ควรคุยกับแพทย์ ไม่ใช่ตัดสินใจเอง
นอกจากไข้หวัดใหญ่ ยังมีวัคซีนอื่นที่มีคำแนะนำสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ เช่น วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัส วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด และวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก
บทความนี้จะไม่ระบุว่าท่านควรฉีดตัวไหน เมื่อไหร่ หรือกี่เข็ม เพราะคำตอบต่างกันจริงในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับอายุ โรคประจำตัว ภาวะภูมิคุ้มกัน ยาที่ใช้อยู่ และประวัติการฉีดที่ผ่านมา การอ่านตารางจากอินเทอร์เน็ตแล้วไปขอฉีดตามนั้นจึงไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัย
สิ่งที่ทำได้และเป็นประโยชน์กว่าคือเตรียมข้อมูลไปให้แพทย์ตัดสินใจ
รวบรวมประวัติการฉีดวัคซีนของท่านเท่าที่มี รวมถึงที่ฉีดจากคลินิกหรือโรงพยาบาลอื่น
เขียนรายการโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด
จดคำถามไปถามในนัดครั้งถัดไปว่า "ในกรณีของท่าน มีวัคซีนตัวไหนที่ควรพิจารณาเพิ่มบ้าง" ซึ่งเป็นคำถามที่แพทย์ตอบได้ในไม่กี่นาที แต่แทบไม่มีใครถาม
สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยจัดทำคำแนะนำการให้วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุไว้เป็นระยะ โดยมีทั้งฉบับสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และฉบับสำหรับประชาชน ซึ่งใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นก่อนไปคุยกับแพทย์ได้
ทำไมหน้าฝนถึงเป็นช่วงที่ต้องคิดเรื่องนี้
ช่วงรณรงค์วัคซีนไข้หวัดใหญ่ของไทยถูกวางไว้ให้ครอบคลุมฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่โรคทางเดินหายใจแพร่ได้ง่ายกว่าปกติ สำหรับคนทั่วไปไข้หวัดใหญ่อาจเป็นเรื่องของการนอนพักสองสามวัน แต่สำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว อาการอาจรุนแรงกว่าและมีภาวะแทรกซ้อนตามมาได้
อีกเหตุผลที่เป็นเรื่องปฏิบัติล้วน ๆ คือถ้าเลื่อนไปเรื่อย ๆ จนพ้นช่วงรณรงค์ ก็ต้องรอรอบปีถัดไป หรือไม่ก็ต้องจ่ายเอง ทั้งที่เป็นสิทธิที่มีอยู่แล้ว
ใครที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด
ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้วัคซีนหรือแพ้ส่วนประกอบของวัคซีนอย่างรุนแรง
ผู้ที่กำลังมีไข้หรือเจ็บป่วยเฉียบพลันในวันนั้น+
ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน อยู่ระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือมีภาวะเลือดออกง่าย เนื่องจากเกี่ยวข้องกับวิธีการฉีด
รายการนี้ไม่ได้แปลว่าฉีดไม่ได้ แต่แปลว่าต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินก่อน ครอบครัวไม่ควรตัดสินใจแทนทั้งในทางที่ให้ฉีดหรือไม่ให้ฉีด
หลังฉีดแล้วต้องเฝ้าดูอะไร โดยเฉพาะเมื่อท่านอยู่บ้านคนเดียว
ส่วนนี้เป็นส่วนที่มักถูกข้ามไป เพราะทุกคนโฟกัสที่การพาไปฉีดให้ได้ แล้วคิดว่าจบภารกิจเมื่อฉีดเสร็จ
อยู่สังเกตอาการที่จุดบริการตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด อย่ารีบพากลับทันทีเพราะเห็นว่าท่านดูปกติดี
อาการที่พบได้บ่อยและมักหายเอง เช่น ปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีด อ่อนเพลีย หรือมีไข้ต่ำ ๆ ในหนึ่งถึงสองวันแรก
อาการที่ต้องพบแพทย์ทันที เช่น หายใจลำบาก หน้าบวม ปากบวม ผื่นลมพิษขึ้นทั่วตัว ใจสั่น หรือหน้ามืดจะเป็นลม
ถ้าท่านอยู่บ้านคนเดียว ให้วางแผนล่วงหน้าว่าคืนนั้นใครจะโทรเช็ค และท่านจะติดต่อใครได้ถ้ารู้สึกผิดปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่จัดการได้แม้ลูกจะอยู่คนละจังหวัด — เขียนเบอร์ไว้ตัวใหญ่ ๆ วางไว้ข้างโทรศัพท์ก็เพียงพอ
อาการหลังฉีดที่รุนแรงพบได้ไม่บ่อย แต่การเตรียมไว้ล่วงหน้าไม่ได้เสียอะไร และช่วยให้ทั้งท่านและคุณสบายใจในคืนนั้นมากขึ้น
สรุป
เรื่องวัคซีนของผู้สูงอายุมีอยู่สองงานที่ต่างกัน งานแรกคือวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี ซึ่งมีเส้นตายชัดเจนและตรวจสอบสิทธิได้ด้วยตัวเองภายในไม่กี่นาที ส่วนงานที่สองคือวัคซีนอื่น ๆ ที่ต้องอาศัยการคุยกับแพทย์เป็นรายบุคคล และไม่ต้องรีบตัดสินใจในวันนี้ ถ้าจะทำอย่างเดียวในสัปดาห์นี้ ให้ทำงานแรกก่อน
รู้แล้วว่าท่านมีสิทธิ แต่ไม่มีใครพาไปในวันธรรมดา
DHUB คือบริการผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ตลอดวัน ตั้งแต่ออกจากบ้าน ลงทะเบียน รอคิว อยู่เป็นเพื่อนระหว่างสังเกตอาการหลังฉีด จัดการเอกสารและรับยา รายงานให้คุณทราบระหว่างวัน และสรุปให้ฟังหลังจบงานว่าเจ้าหน้าที่แนะนำอะไรและนัดครั้งถัดไปเมื่อไหร่ ผู้ช่วยทุกคนผ่านหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุที่พัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลวิมุต และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
ค่าบริการ 999 บาท เริ่มต้น 8 ชั่วโมงต่อครั้ง (ไม่รวมค่าเดินทาง) จองครั้งแรกฟรี 1 ครั้ง
ให้ DHUB เป็นตัวแทนความห่วงใยของคุณ — จองผ่าน dhub.care หรือทักถามก่อนได้ที่ LINE Official @dhub (ทีมงานติดต่อกลับภายใน 1 วัน)
คำถามที่ลูกหลานถามบ่อย
Q: ปีที่แล้วฉีดไปแล้ว ปีนี้ต้องฉีดอีกไหม
A: วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นวัคซีนที่มีการปรับสายพันธุ์ตามฤดูกาล จึงมีคำแนะนำให้ฉีดเป็นรอบปี ต่างจากวัคซีนบางชนิดที่ฉีดครั้งเดียวหรือทุกหลายปี รายละเอียดสำหรับกรณีของท่านให้ยืนยันกับแพทย์หรือหน่วยบริการที่ท่านไปประจำ
Q: ฉีดวัคซีนแล้วยังเป็นไข้หวัดใหญ่ได้อยู่ไหม
A: ได้ เพราะวัคซีนไม่ได้ป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป้าหมายหลักของการฉีดในกลุ่มเสี่ยงคือการลดความรุนแรงของอาการและลดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าสำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว
Q: พาไปแล้วเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่เข้าเกณฑ์ ควรทำอย่างไร
A: อย่าเพิ่งสรุปว่าไม่มีสิทธิเลย ให้ตรวจสองเรื่องก่อน คือโรคประจำตัวของท่านอยู่ในกลุ่มโรคเรื้อรังที่เข้าเกณฑ์หรือไม่ และสิทธิการรักษาที่ท่านใช้อยู่มีช่องทางของตัวเองหรือเปล่า ถ้าตรวจครบแล้วยังไม่เข้าเกณฑ์จริง การฉีดโดยจ่ายเองเป็นทางเลือกที่คุยกับแพทย์ได้
Q: ท่านกลัวเข็มและไม่อยากไป ควรทำอย่างไร
A: ความลังเลของผู้สูงอายุมักไม่ได้มาจากความกลัวเข็มอย่างเดียว แต่มาจากความไม่อยากให้ลูกลางานพาไป และความรู้สึกว่าไม่อยากไปนั่งรอนานเพื่อเรื่องที่ยังไม่ได้ป่วย การจัดการเรื่องคิวและคนพาไปให้เรียบร้อยก่อน มักได้ผลกว่าการอธิบายเหตุผลทางการแพทย์ซ้ำ ๆ
----------------------------------------
DHUB บริการผู้ช่วยพาผู้สูงอายุไปหาหมอ และทำธุระ
ครอบคลุมทุกความต้องการ ดูแลอย่างมืออาชีพ
ผู้ช่วยทุกคนผ่านการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น มาตรฐานโรงพยาบาลวิมุต
ผู้ช่วยผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม มั่นใจได้
รายงานการดูแลตลอดวัน ให้คุณรับรู้ทุกการเคลื่อนไหว เสมือนไปด้วยตนเอง
ดูแลอย่างใกล้ชิด ปลอดภัย และไว้ใจได้
ค่าบริการ 999.- (ไม่รวมค่าเดินทาง) ฟรี! บริการ 1 ครั้ง เมื่อจองครั้งแรก *จำกัด 2,000 ท่านแรก
ติดต่อสอบถามบริการได้ที่ LINE : @dhub
เบอร์โทรศัพท์ : 02-124-3364
ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
ข้อมูลอ้างอิง: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข · สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สายด่วน 1330 · สำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506 · สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย
หมายเหตุทางการแพทย์: เนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยให้ครอบครัวตรวจสอบสิทธิและเตรียมตัวก่อนพาผู้สูงอายุไปรับวัคซีน ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล การตัดสินใจว่าผู้สูงอายุแต่ละท่านควรได้รับวัคซีนชนิดใด เมื่อใด และจำนวนกี่ครั้ง ต้องเป็นไปตามการประเมินของแพทย์ โดยพิจารณาอายุ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ ภาวะภูมิคุ้มกัน และประวัติการฉีดเป็นรายบุคคล เงื่อนไขสิทธิและช่วงเวลาให้บริการมีการปรับเปลี่ยนทุกปี ควรตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของสิทธิก่อนใช้บริการทุกครั้ง อัปเดตล่าสุด: สิงหาคม 2569
.png)



ความคิดเห็น