top of page

5 โรคพบบ่อยในผู้สูงอายุ ที่ลูกหลานควรรู้ พร้อมแนวทางดูแลอย่างใกล้ชิด

  • 21 พ.ค.
  • ยาว 2 นาที

เมื่อคนที่เรารักก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ ร่างกายย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา โรคบางอย่างที่เคยดูไกลตัวกลับเข้ามาใกล้มากขึ้น การที่ลูกหลานเข้าใจโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ และรู้แนวทางดูแลที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ คุณตาคุณยายของเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และอยู่กับเราไปได้นาน ๆ อย่างมีความสุข


บทความนี้ DHUB ผู้ให้บริการพาผู้สูงอายุไปหาหมอและทำธุระ ได้รวบรวม 5 โรคที่พบบ่อยที่สุดในผู้สูงวัย พร้อมวิธีดูแลที่ลูกหลานสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน มาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน


สรุป 5 โรคพบบ่อยในผู้สูงอายุ

ก่อนลงรายละเอียด มาดูภาพรวมของทั้ง 5 โรคและหัวใจสำคัญของการดูแลในตารางนี้ก่อน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

โรค

หัวใจสำคัญของการดูแล

เบาหวาน

ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ ป้องกันทั้งภาวะน้ำตาลสูงและน้ำตาลต่ำ

ความดันโลหิตสูง

ทานยาให้ตรงเวลาและสม่ำเสมอ จัดเตรียมยาให้เป็นระเบียบ ป้องกันการลืมกิน

ข้อเข่าเสื่อม

ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดการนั่งยองและนั่งขัดสมาธิ ออกกำลังกายที่เหมาะสม

โรคหัวใจ

พบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ ควบคุมอาหารและการใช้ยาอย่างเคร่งครัด

สมองเสื่อม

กำหนดกิจวัตรให้ชัดเจน จัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย มีผู้ดูแลใกล้ชิด


1. โรคเบาหวาน (Diabetes)

โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้สูงอายุ เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ตามปกติ หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น โรคไต โรคหลอดเลือด ปัญหาสายตา และแผลที่หายยาก

สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานมีความเสี่ยงต่อ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) ซึ่งอาจทำให้หน้ามืด เป็นลม หรือหมดสติได้ จึงต้องคอยติดตามระดับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงป้องกันไม่ให้สูงเกินไปเท่านั้น แต่ต้องไม่ให้ต่ำเกินไปด้วย


ลูกหลานช่วยดูแลได้อย่างไร

  • หมั่นช่วยตรวจวัดและจดบันทึกระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ

  • ดูแลเรื่องอาหาร ลดของหวานและแป้ง เน้นผักและโปรตีนที่เหมาะสม

  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น เหงื่อออกมาก ใจสั่น มือสั่น ซึ่งเป็นสัญญาณน้ำตาลต่ำ

  • พาไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลง


2. โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)

ความดันโลหิตสูงมักถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เพราะส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการที่ชัดเจน ผู้สูงอายุหลายท่านจึงไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญความเสี่ยง หากปล่อยให้ความดันสูงเป็นเวลานานโดยไม่ควบคุม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต) โรคหัวใจ และโรคไต

กุญแจสำคัญของการควบคุมความดันโลหิตสูงคือ การทานยาอย่างสม่ำเสมอและตรงเวลา รวมถึงการตรวจวัดความดันเป็นประจำ ปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุคือการลืมทานยาหรือทานยาซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นจุดที่ลูกหลานสามารถเข้ามาช่วยได้มาก


ลูกหลานช่วยดูแลได้อย่างไร

  • ช่วยจัดเตรียมยาให้เป็นระเบียบ เช่น ใช้กล่องแบ่งยาประจำวัน (Pill Organizer)

  • ตั้งการแจ้งเตือนเวลาทานยา เพื่อป้องกันการลืมและการทานซ้ำ

  • ช่วยวัดและจดบันทึกค่าความดันโลหิตเป็นประจำ

  • ลดอาหารรสเค็มจัด และส่งเสริมการพักผ่อนที่เพียงพอ


3. โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis)

ข้อเข่าเสื่อมเป็นปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน อาการปวดเข่า เข่าฝืด หรือเดินลำบาก ทำให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวน้อยลง ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมและจิตใจตามมา

การดูแลที่ดีไม่ได้เน้นเพียงการใช้ยาแก้ปวด แต่เน้นไปที่ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อลดแรงกระทำต่อข้อเข่า และชะลอความเสื่อมให้ช้าลง


ลูกหลานช่วยดูแลได้อย่างไร

  • ส่งเสริมให้หลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำร้ายข้อเข่า เช่น การนั่งยอง นั่งพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิ

  • จัดบ้านให้เหมาะสม เช่น มีเก้าอี้ให้นั่ง มีราวจับ ลดการขึ้นลงบันไดที่ไม่จำเป็น

  • สนับสนุนการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า

  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ เพื่อลดภาระต่อข้อเข่า


4. โรคหัวใจ (Heart Disease)

โรคหัวใจในผู้สูงอายุเป็นภาวะที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพราะอาการอาจเปลี่ยนแปลงได้ และบางครั้งอาการเตือนก็ไม่ชัดเจน การพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญมาก เพื่อให้แพทย์สามารถติดตามอาการและปรับการรักษาได้ทันท่วงที

นอกจากการพบแพทย์แล้ว การดูแลตนเองในชีวิตประจำวันก็มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะ การควบคุมอาหารและการใช้ยาอย่างเคร่งครัด ตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจวายและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ


ลูกหลานช่วยดูแลได้อย่างไร

  • ดูแลให้ไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ไม่ขาดนัด เพื่อการติดตามอาการที่ต่อเนื่อง

  • เน้นการควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารเค็ม อาหารมัน และอาหารที่มีไขมันสูง

  • ดูแลการใช้ยาให้ครบถ้วนและตรงเวลาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ใจสั่น และรีบพาไปพบแพทย์


5. โรคสมองเสื่อม (Dementia)

โรคสมองเสื่อมส่งผลต่อความจำ ความคิด และการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ ตั้งแต่การหลงลืมเรื่องเล็กน้อย ไปจนถึงการสับสนเรื่องเวลาและสถานที่ ภาวะนี้ไม่เพียงกระทบต่อตัวผู้ป่วย แต่ยังส่งผลต่อความรู้สึกของคนในครอบครัวด้วย

ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมต้องการ สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและคนคอยดูแลใกล้ชิด การสร้างกิจวัตรที่เป็นแบบแผนจะช่วยให้ท่านรู้สึกมั่นคงและลดความสับสนลงได้


ลูกหลานช่วยดูแลได้อย่างไร

  • กำหนดเวลาทำกิจวัตรประจำวันให้ชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความคุ้นเคย

  • จัดสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการลื่นล้มและอุบัติเหตุ

  • มีผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องออกนอกบ้าน

  • ชวนทำกิจกรรมกระตุ้นสมอง เช่น พูดคุย เล่าเรื่องเก่า หรือเกมฝึกความจำง่าย ๆ


จุดร่วมสำคัญ: ทานยาให้ครบ และพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

จะเห็นได้ว่าทั้ง 5 โรคนี้มีจุดร่วมที่สำคัญเหมือนกัน นั่นคือ ต้องทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง และต้องพบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง การติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอช่วยให้แพทย์ปรับแนวทางการรักษาได้เหมาะสมกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลง และช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แต่ในความเป็นจริง ลูกหลานหลายคนต้องทำงานประจำ มีภาระหน้าที่ หรืออาศัยอยู่ห่างไกลจากผู้สูงอายุ ทำให้ไม่สามารถพาท่านไปโรงพยาบาลได้ทุกครั้ง การขาดนัดแพทย์ การลืมทานยา หรือการเดินทางไปโรงพยาบาลเพียงลำพังของผู้สูงอายุ จึงกลายเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและน่ากังวล


DHUB ผู้ช่วยพาผู้สูงอายุไปหาหมอ ด้วยความใส่ใจเหมือนคนในครอบครัว

DHUB เข้าใจถึงความกังวลของลูกหลานที่อยากดูแลผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ แต่ติดด้วยภาระงานและเวลา เราจึงให้บริการ ผู้ช่วยมืออาชีพพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์ตามนัดและทำธุระต่าง ๆ ดูแลตั้งแต่การเดินทางไป-กลับ การอยู่เป็นเพื่อนระหว่างพบแพทย์ ช่วยจดจำคำแนะนำของแพทย์ จัดการเรื่องยา ไปจนถึงธุระอื่น ๆ ที่ผู้สูงอายุต้องการ


บริการของ DHUB ช่วยให้:

  • ผู้สูงอายุ ไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเพียงลำพัง ปลอดภัยและอุ่นใจตลอดการเดินทาง

  • ลูกหลาน คลายความกังวล แม้ในวันที่ไม่สะดวกพาท่านไปเอง

  • การรักษา เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดนัด ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน


ให้ DHUB เป็นเหมือนลูกหลานอีกคนหนึ่งที่ช่วยดูแลคนที่คุณรัก เพื่อให้ท่านได้รับการดูแลที่ดีที่สุด แม้ในวันที่คุณไม่สะดวก


หากมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ LINE : @dhub


----------------------------------------


DHUB บริการผู้ช่วยพาผู้สูงอายุไปหาหมอ และทำธุระ

ครอบคลุมทุกความต้องการ ดูแลอย่างมืออาชีพ


  • ผู้ช่วยทุกคนผ่านการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น มาตรฐานโรงพยาบาลวิมุต

  • ผู้ช่วยผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม มั่นใจได้

  • รายงานการดูแลตลอดวัน ให้คุณรับรู้ทุกการเคลื่อนไหว เสมือนไปด้วยตนเอง

  • ดูแลอย่างใกล้ชิด ปลอดภัย และไว้ใจได้

  • ค่าบริการ 999.- (ไม่รวมค่าเดินทาง) ฟรี! บริการ 1 ครั้ง เมื่อจองครั้งแรก *จำกัด 2,000 ท่านแรก


ติดต่อสอบถามบริการได้ที่LINE : @dhub

เบอร์โทรศัพท์ : 02-124-3364


ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page