top of page

ดูแลผู้สูงอายุหลังน้ำลด: เช็คลิสต์ 7 วันแรกที่ลูกหลานควรทำ ทั้งสุขภาพ ยา และบ้าน

12 นาทีที่ผ่านมา
ยาว 3 นาที
แนวทางเรื่องที่ควรดูแลผู้สูงอายุหลังจากน้ำลด

น้ำลดแล้ว โทรศัพท์ดังตอนเย็น ปลายสายคือคุณแม่ที่บอกว่า "ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวแม่เก็บบ้านเอง"

คนเป็นลูกรู้ดีว่าประโยคนี้แปลว่าอะไร ท่านจะลงมือขัดพื้นที่ยังมีโคลน ยกของที่เปียกน้ำหนักกว่าปกติ และถ้ายาความดันที่วางไว้ชั้นล่างเปียกไปทั้งถุง ท่านก็คงไม่บอกใครจนกว่าจะถึงวันที่ยาหมด

ช่วงหลังน้ำลดจึงไม่ใช่ช่วงที่อันตรายผ่านไปแล้ว สำหรับผู้สูงอายุ นี่คือช่วงที่ความเสี่ยงเปลี่ยนหน้าตา จากน้ำที่มองเห็น เป็นเชื้อโรคที่มาช้า ยาที่ขาดไปเงียบ ๆ และพื้นที่ลื่นกว่าเดิม บทความนี้รวบรวมสิ่งที่ลูกหลานควรทำใน 7 วันแรก และสิ่งที่ต้องเฝ้าดูต่อไปอีกราวหนึ่งเดือน โดยอ้างอิงคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข


คำตอบสั้น: 4 เรื่องที่ต้องเช็คให้ท่านก่อนเรื่องอื่น

  1. ไฟฟ้า ให้ท่านอยู่นอกบ้านระหว่างที่คนอื่นตรวจระบบไฟ และห้ามแตะเครื่องใช้ไฟฟ้าขณะตัวเปียก

  2. ยาโรคประจำตัว ตรวจว่ายาเหลือพอไหม ยาเปียกหรือเปล่า ห้ามหยุดยาเอง ถ้ามีปัญหาให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือโทร 1330

  3. เท้าและแผล ถ้าท่านเคยลุยน้ำ ให้ล้างเท้าด้วยสบู่ เช็ดให้แห้ง และดูแผลทุกวัน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน

  4. ไข้ภายใน 1 เดือน ถ้าท่านเคยลุยน้ำแล้วมีไข้ ปวดน่อง หรือตาแดง ให้รีบพาไปพบแพทย์และบอกว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม เพราะไข้ฉี่หนูอาจแสดงอาการช้าถึง 30 วัน


ทำไมหลังน้ำลด ผู้สูงอายุเสี่ยงกว่าคนวัยอื่น

ปลายเดือนกันยายน 2569 กรมการแพทย์ออกคำเตือนภัยสุขภาพจากน้ำท่วม 8 เรื่อง และระบุให้ผู้สูงอายุกับผู้ป่วยโรคเรื้อรังเป็นกลุ่มที่ต้องดูแลใกล้ชิด (The Standard อ้างกรมการแพทย์, 28 ก.ย. 2569) เหตุผลมีอย่างน้อย 4 ข้อ


  • โรคที่มากับน้ำหนักกว่าในวัยนี้ ข้อมูลของกรมควบคุมโรคพบว่าปี 2569 มีผู้ป่วยไข้ฉี่หนู 3,303 ราย เสียชีวิต 46 ราย (1 ม.ค.–23 ก.ย. 2569) และ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปป่วยมากที่สุด (Hfocus, 28 ก.ย. 2569)

  • ยาที่ขาดไม่ได้ ผู้สูงอายุจำนวนมากกินยาความดัน เบาหวาน หรือยาหัวใจทุกวัน ยาที่หายหรือเสียไปพร้อมน้ำท่วมจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก สปสช. ย้ำว่าผู้ป่วยโรคเรื้อรัง "ไม่ควรหยุดยาเองหรือปล่อยให้ยาขาด" (กรุงเทพธุรกิจ อ้าง สปสช., 26 ก.ย. 2569)

  • แผลหายช้าและรู้ตัวช้า ผู้ที่เป็นเบาหวานอาจรับรู้ความเจ็บที่เท้าได้น้อยลง และเลือดไปเลี้ยงปลายเท้าน้อย แผลเล็ก ๆ จากการลุยน้ำจึงอาจกลายเป็นแผลติดเชื้อโดยไม่ทันสังเกต (ศิริราช)

  • พื้นลื่นกับแรงที่ไม่เหมือนเดิม กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ผู้สูงอายุอยู่ห่างจากพื้นที่ทำความสะอาดจนกว่าสภาพจะดีขึ้น (Hfocus อ้าง สธ., 23 ส.ค. 2569) ซึ่งตรงกับความเป็นจริงว่าโคลนบาง ๆ บนพื้นกระเบื้องคือจุดหกล้มที่ง่ายที่สุดในบ้าน


เช็คลิสต์ 7 วันแรกหลังน้ำลด

ตารางนี้ออกแบบให้ลูกหลานแบ่งงานกันได้ บางข้อทำทางโทรศัพท์ได้แม้อยู่ไกล

ช่วง

สิ่งที่ต้องทำ

เหตุผล

วันที่ 1 ก่อนเข้าบ้าน

ให้ท่านรอในที่ปลอดภัย คนที่เข้าไปก่อนสับสะพานไฟลง ตรวจปลั๊กและสายไฟ รอให้ระบบไฟแห้งสนิทก่อนใช้ ถ้าไม่แน่ใจโทรการไฟฟ้า

ไฟดูดเป็นหนึ่งในภัยหลังน้ำท่วมที่กรมการแพทย์เตือน

วันที่ 1–2

ตรวจยาทุกตัว: เหลือกี่วัน เปียกไหม ตู้เย็นดับนานไหม (ถ้าใช้อินซูลิน) จดรายการไว้

ยาที่เปียกหรือเก็บผิดอุณหภูมิต้องถามเภสัชกรก่อนใช้ต่อ

วันที่ 2

ถ้าท่านเคยลุยน้ำ ช่วยท่านล้างเท้าด้วยสบู่ เช็ดให้แห้งถึงซอกนิ้ว แล้วดูว่ามีแผล รอยแดง หรือบวมไหม

แผลบวมหลังสัมผัสน้ำท่วมต้องพบแพทย์

วันที่ 2–4

ช่วงล้างบ้าน ให้ท่านอยู่ห่าง คนทำความสะอาดใส่ถุงมือ หน้ากาก และรองเท้าบูท

ลดการสัมผัสเชื้อและการหกล้ม

วันที่ 3–5

เดินสำรวจทางเดินของท่าน: หน้าบ้าน บันได ห้องน้ำ ข้างเตียง เช็ดโคลนให้แห้ง ย้ายของที่กีดขวาง

พื้นที่เคยปลอดภัยอาจลื่นกว่าเดิม

วันที่ 5–7

ชวนท่านคุยเรื่องที่เกิดขึ้น ฟังมากกว่าพูด สังเกตการกิน การนอน

ความเครียดจากน้ำท่วมเป็นหนึ่งในภัยสุขภาพที่ต้องดูแล

วันที่ 7–30

เฝ้าดูไข้ ปวดน่อง ตาแดง ตัวเหลือง ต่อไปอีกราวหนึ่งเดือน

ไข้ฉี่หนูมีระยะฟักตัว 5–14 วัน และอาจนานถึง 30 วัน


หากต้องการรายละเอียดเรื่องจุดเสี่ยงหกล้มในบ้าน อ่านต่อได้ที่ เช็คลิสต์ 20 จุดเสี่ยงที่ทำให้ผู้สูงอายุหกล้ม


เรื่องไฟฟ้า: ทำก่อนให้ท่านกลับเข้าบ้าน

คำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขและกรมการแพทย์ตรงกันว่า ให้สับสะพานไฟลง ใส่ถุงมือและรองเท้าที่เป็นฉนวน ตรวจปลั๊ก สายไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนใช้ และห้ามจับอุปกรณ์ไฟฟ้าตอนตัวเปียก (The Standard อ้างกรมการแพทย์, 28 ก.ย. 2569) กรมอนามัยเตือนให้รอให้ระบบไฟฟ้าแห้งสนิทก่อนใช้งาน (ฐานเศรษฐกิจ อ้างกรมอนามัย)


ถ้าไม่แน่ใจ ให้โทรการไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง: กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ โทรการไฟฟ้านครหลวง 1130 · ปทุมธานี สมุทรสาคร และนครปฐม โทรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1129


เรื่องเชื้อรา: อย่าให้ท่านทำเอง

กรมอนามัยแนะนำการกำจัดเชื้อราบนพื้นผิวเป็น 3 ขั้น คือเช็ดไปทางเดียวด้วยกระดาษหนาแล้วใส่ถุงปิด เช็ดซ้ำด้วยน้ำสบู่ แล้วเช็ดด้วยน้ำส้มสายชูหรือแอลกอฮอล์ ส่วนที่นอนที่ขึ้นราหนักให้ทิ้ง (MGR Online อ้างกรมอนามัย, 2564) งานนี้ควรเป็นของคนที่แข็งแรงและใส่อุปกรณ์ป้องกัน ไม่ใช่ของผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจ


ยาโรคประจำตัว: สิ่งที่ห้ามปล่อยให้ขาด

  • ห้ามหยุดยาเอง ถ้ายาใกล้หมดหรือไปตามนัดไม่ได้ ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการประจำ (กรุงเทพธุรกิจ อ้าง สปสช., 26 ก.ย. 2569)

  • ยาที่เปียกน้ำหรือเก็บผิดที่ อย่าตัดสินใจเองว่าใช้ต่อได้หรือไม่ ให้ถ่ายรูปฉลากยาทุกตัวแล้วถามเภสัชกรหรือโรงพยาบาลที่จ่ายยา

  • อินซูลิน ถ้าไฟดับจนตู้เย็นไม่เย็นเป็นเวลานาน ให้ปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ เพราะอินซูลินที่โดนความร้อนสูงหรือแช่แข็งไม่ควรนำมาใช้ (คณะเภสัชศาสตร์/ศิริราช)

  • ผู้ป่วยฟอกไต ห้ามหยุดฟอกเอง ถ้าเดินทางไม่ได้ให้ติดต่อหน่วยบริการเพื่อจัดทางเลือก

  • ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง โทร 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสอบถามช่องทางรับยาหรือปรึกษาแพทย์ทางไกลที่เปิดอยู่ ณ วันนั้น


เรื่องเลื่อนนัดหมอ ขอยาใหม่ และเอกสารที่เสียหายจากน้ำท่วม เราเขียนเป็นคู่มือแยกไว้อีกบทหนึ่ง ส่วนวิธีจัดเก็บยาให้พ้นความชื้นในวันปกติ อ่านได้ที่ วิธีจัดเก็บยาผู้สูงอายุให้ปลอดภัย


โรคที่มากับน้ำท่วม และระยะที่ต้องเฝ้าดูอาการ

กรมควบคุมโรคเตือนโรคที่มากับน้ำท่วม 6 กลุ่ม ได้แก่ ไข้ฉี่หนู โรคผิวหนังรวมถึงน้ำกัดเท้า โรคทางเดินอาหาร ไข้เลือดออก ตาแดง และโรคทางเดินหายใจ (เดลินิวส์ อ้างกรมควบคุมโรค, 27 ก.ย. 2569)


ไข้ฉี่หนู: โรคที่ทำให้ "7 วันแรก" ยังไม่พอ

  • ระยะฟักตัว 5–14 วัน และอาจนานถึง 30 วัน หลังสัมผัสน้ำหรือโคลน (The Standard อ้างกระทรวงสาธารณสุข, 29 ก.ย. 2569)

  • อาการที่ต้องสังเกต ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่องหรือโคนขา คลื่นไส้ ท้องเสีย ตาแดง (Hfocus, 28 ก.ย. 2569)

  • อาการรุนแรง หายใจหอบ ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะออกน้อย ต้องรีบพบแพทย์ทันที (กรุงเทพธุรกิจ, 30 ก.ย. 2569)

  • เชื้อเข้าทางไหน ทางแผล ผิวที่เปื่อยจากการแช่น้ำนาน ตา จมูก และปาก

  • เมื่อพบแพทย์ ให้บอกทุกครั้งว่าท่านเคยลุยน้ำหรือสัมผัสโคลน

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมากินป้องกันเอง กรมควบคุมโรคเตือนว่าการกินยาป้องกันเองป้องกันไม่ได้ทั้งหมด และยาต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์


นี่คือเหตุผลที่เช็คลิสต์ด้านบนมีแถวสุดท้ายยาวถึง 30 วัน ถ้าท่านเคยลุยน้ำช่วงปลายเดือนกันยายน อาการอาจเพิ่งมาในกลางเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนกลับไปทำงานตามปกติแล้ว


น้ำกัดเท้าและแผลติดเชื้อ

น้ำกัดเท้าเริ่มจากเท้าเปื่อยและคันตามซอกนิ้ว ถ้าปล่อยไว้อาจเป็นตุ่มพอง ผิวแตก และติดเชื้อแบคทีเรีย ผู้สูงอายุและผู้ที่เป็นเบาหวานเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง (PPTV อ้าง รพ.สมิติเวช, 29 ก.ย. 2569) หลักที่หน่วยงานรัฐแนะนำคือ ล้างเท้าด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน รักษาแผลให้สะอาด และถ้าแผลบวม แดง หรือมีน้ำเหลืองซึม ให้พบแพทย์


สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยเบาหวาน ลูกหลานควรช่วยดูเท้าท่านทุกวันในช่วงนี้ รวมถึงซอกนิ้วและฝ่าเท้า เพราะท่านอาจไม่รู้สึกว่ามีแผล


ท้องเสีย ไข้เลือดออก ตาแดง

  • ท้องเสีย ดื่มสารละลายเกลือแร่ (ORS) และรีบพบแพทย์ถ้าดื่มน้ำไม่ได้ ปัสสาวะน้อย ถ่ายเป็นเลือดหรือมูก หรืออ่อนเพลียมาก

  • ไข้เลือดออก น้ำขังหลังน้ำลดคือแหล่งเพาะยุง ถ้ามีไข้ 2 วันติดกันหรือไข้ไม่ลดด้วยยาลดไข้ ให้พบแพทย์ และกรมควบคุมโรคแนะนำให้หลีกเลี่ยงแอสไพรินและไอบูโพรเฟนเมื่อมีไข้

  • ตาแดง ล้างมือบ่อย ไม่ขยี้ตา ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน

(ทั้งหมดจาก เดลินิวส์ อ้างกรมควบคุมโรค, 27 ก.ย. 2569)


เมื่อไหร่โทร 1669 เมื่อไหร่พาไปโรงพยาบาลวันนี้

ตารางนี้เรียบเรียงจากคำแนะนำของหลายหน่วยงาน เพื่อให้ครอบครัวตัดสินใจได้เร็วขึ้น ไม่ได้ใช้แทนการประเมินของแพทย์

ระดับ

อาการ

ทำอะไร

ฉุกเฉินวิกฤต

หมดสติหรือไม่ตอบสนอง หายใจหอบรุนแรง เหงื่อท่วม ตัวเย็น ซีด เจ็บหน้าอกรุนแรงเฉียบพลัน แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด ชัก

โทร 1669 ทันที

พาไปพบแพทย์วันนี้

ไข้หลังเคยลุยน้ำ (โดยเฉพาะมีปวดน่อง ตาแดง ตัวเหลือง) ท้องเสียจนดื่มน้ำไม่ได้หรือถ่ายเป็นเลือด แผลที่เท้าบวม แดง มีหนอง

ไปโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการ แจ้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม

เฝ้าดูใกล้ชิด

เท้าเปื่อย คันซอกนิ้ว นอนไม่หลับ ไม่อยากกินข้าว

ดูแลตามคำแนะนำ ถ้า 1–2 วันไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์

อาการในแถวแรกคืออาการฉุกเฉินวิกฤตตามสิทธิ UCEP ซึ่งเข้ารักษาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย (กรมประชาสัมพันธ์, 21 พ.ย. 2568)


ใจของท่าน: เรื่องที่ท่านจะไม่พูดก่อน

กรมการแพทย์นับความเครียดจากน้ำท่วมเป็นหนึ่งในภัยสุขภาพหลังน้ำลด ผู้สูงอายุบางท่านเสียของที่เก็บมาทั้งชีวิต บางท่านรู้สึกผิดที่ทำให้ลูกต้องลางานมาช่วย และส่วนใหญ่จะบอกว่า "ไม่เป็นไร"

สิ่งที่ลูกหลานทำได้คือหลักง่าย ๆ ที่ทีมสุขภาพจิตของกรมสุขภาพจิตเคยเสนอไว้สำหรับผู้ประสบภัย คือ สอดส่อง ใส่ใจรับฟัง และส่งต่อเชื่อมโยง (Thai PBS, 2560) สังเกตการกินการนอน ฟังโดยไม่รีบแก้ปัญหาให้ และถ้าท่านนอนไม่หลับหรือกังวลมากต่อเนื่อง ให้พาไปพบแพทย์หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง


เมื่อถึงวันที่ต้องพาท่านไปโรงพยาบาล

เช็คลิสต์ทั้งหมดข้างบนจบลงที่ประโยคเดียวกัน คือ "พาไปพบแพทย์" ไม่ว่าจะเป็นเพราะไข้ แผลที่เท้า ยาที่ต้องขอใหม่ หรือนัดที่ขาดไประหว่างน้ำท่วม

และหลังน้ำลดคือช่วงที่ลูกหลานใช้วันลาไปกับการเก็บกวาดบ้านเกือบหมดแล้ว


DHUB เป็นบริการผู้ช่วยพาผู้สูงอายุไปหาหมอและทำธุระ ผู้ช่วยของเราไปรับท่านจากบ้าน อยู่ข้างกายตลอดที่โรงพยาบาล ช่วยยื่นเอกสาร รอคิว เข้าห้องตรวจด้วย ช่วยให้ท่านไม่ลืมบอกแพทย์ว่าเคยลุยน้ำ รับยา แล้วสรุปสิ่งที่แพทย์แนะนำให้ครอบครัวทราบหลังจบงาน

ผู้ช่วยของ DHUB ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ จึงไม่ประเมินอาการ ไม่จ่ายยา และไม่ทำหัตถการใด ๆ ทุกคำขอจะได้รับการประเมินจากทีมงานก่อนยืนยันการรับงาน รวมถึงสภาพการเดินทางในวันนัก


ถ้ายังไม่แน่ใจว่าถึงเวลาต้องมีคนพาไปหรือยัง ลองอ่าน 10 สัญญาณที่บอกว่าผู้สูงอายุในบ้านต้องการคนพาไปหาหมอ หรือดูรายละเอียดบริการที่ บริการของ DHUB


คำถามที่ลูกหลานถามบ่อย

Q: ท่านลุยน้ำไปแล้ว แต่ยังไม่มีอาการอะไร ต้องไปหาหมอเลยไหม

A: ถ้ายังไม่มีอาการ ให้ดูแลแผลและเฝ้าดูอาการต่อไปราวหนึ่งเดือน เพราะไข้ฉี่หนูมีระยะฟักตัว 5–14 วันและอาจนานถึง 30 วัน ถ้าเริ่มมีไข้ ปวดน่อง หรือตาแดง ให้รีบพบแพทย์และบอกว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม ไม่ควรซื้อยามากินป้องกันเอง


Q: คุณพ่อเป็นเบาหวาน มีแผลเล็ก ๆ ที่เท้าหลังลุยน้ำ ดูแลเองได้ไหม

A: ล้างแผลให้สะอาด เช็ดเท้าให้แห้ง และดูทุกวัน แต่ถ้าแผลบวม แดง มีน้ำเหลืองซึม หรือไม่ดีขึ้น ให้พบแพทย์ ผู้ที่เป็นเบาหวานอาจรู้สึกเจ็บน้อยกว่าที่แผลเป็นจริง จึงไม่ควรใช้ความเจ็บเป็นเกณฑ์


Q: ยาความดันของคุณแม่เปียกน้ำ ยังกินต่อได้ไหม

A: อย่าตัดสินใจเอง ให้ถ่ายรูปฉลากยาแล้วสอบถามเภสัชกรหรือโรงพยาบาลที่จ่ายยา และห้ามหยุดยาเองระหว่างรอ ผู้ใช้สิทธิบัตรทองโทรสอบถามได้ที่ 1330


Q: ควรให้ท่านช่วยเก็บบ้านไหม ท่านไม่ยอมนั่งเฉย ๆ

A: กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ผู้สูงอายุอยู่ห่างจากพื้นที่ทำความสะอาดจนกว่าสภาพจะดีขึ้น ถ้าท่านอยากช่วย ลองให้ทำงานที่ไม่ต้องสัมผัสน้ำหรือโคลน เช่น คัดแยกเอกสารที่แห้งแล้ว หรือจดรายการของที่เสียหาย


Q: กลับเข้าบ้านได้เมื่อไหร่

A: เมื่อคนที่แข็งแรงตรวจระบบไฟฟ้าแล้ว พื้นทางเดินหลักแห้งและไม่มีโคลน และห้องนอนกับห้องน้ำของท่านทำความสะอาดเรียบร้อย ถ้าไม่แน่ใจเรื่องไฟฟ้า ให้ติดต่อการไฟฟ้าก่อน


สรุป

7 วันแรกหลังน้ำลดคือช่วงลงมือ ได้แก่ ไฟฟ้า ยา เท้า บ้าน และใจ ส่วนอีกราว 30 วันหลังจากนั้นคือช่วงเฝ้าดู เพราะโรคบางอย่างมาช้ากว่าที่คิด

สิ่งที่ลูกหลานทำได้ดีที่สุดไม่ใช่การทำทุกอย่างเอง แต่คือการวางระบบให้มีคนดู มีคนถาม และมีคนพาไปพบแพทย์ทันเวลา

วันที่ต้องพาท่านไปโรงพยาบาลแต่คุณลางานไม่ได้อีกแล้ว ให้ DHUB เป็นตัวแทนความห่วงใยของคุณ ปรึกษาได้ที่ LINE @dhub · dhub.care · 02-124-3364 (ให้บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล)


หมายเหตุด้านการแพทย์: เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปแก่ครอบครัวผู้ดูแล ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีข้อสงสัยเรื่องอาการหรือยา กรุณาปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากมีอาการฉุกเฉิน โทร 1669 ทันที

สายด่วนที่ใช้ในบทความ: 1669 เจ็บป่วยฉุกเฉิน · 1330 สปสช. · 1323 สุขภาพจิต · 1130 การไฟฟ้านครหลวง · 1129 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค · 1422 กรมควบคุมโรค

แหล่งอ้างอิง (สืบค้น 30 ก.ย. 2569)

The Standard อ้างกรมการแพทย์ — 8 โรคและภัยสุขภาพจากน้ำท่วม (28 ก.ย. 2569): https://thestandard.co/8-flood-diseases-health-alert/

เดลินิวส์ อ้างกรมควบคุมโรค — โรคที่มากับน้ำท่วม (27 ก.ย. 2569): https://www.dailynews.co.th/news/6225936/

Hfocus — สถานการณ์ไข้ฉี่หนู 2569 (28 ก.ย. 2569): https://www.hfocus.org/content/2026/09/39681

The Standard อ้างกระทรวงสาธารณสุข — ป้องกันไข้ฉี่หนูช่วงน้ำท่วม (29 ก.ย. 2569): https://thestandard.co/leptospirosis-flood-prevention/

กรุงเทพธุรกิจ — ไข้ฉี่หนูและการใช้ยาป้องกัน (30 ก.ย. 2569): https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1254276

กรุงเทพธุรกิจ อ้าง สปสช. — ผู้ป่วยโรคเรื้อรังช่วงน้ำท่วม (26 ก.ย. 2569): https://www.bangkokbiznews.com/health/1253693

Hfocus อ้างกระทรวงสาธารณสุข — ฟื้นฟูหลังน้ำลด (23 ส.ค. 2569): https://www.hfocus.org/content/2026/08/39237

กรมประชาสัมพันธ์ — อาการฉุกเฉินวิกฤตตามสิทธิ UCEP (21 พ.ย. 2568): https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/445314

ฐานเศรษฐกิจ อ้างกรมอนามัย — ทำความสะอาดหลังน้ำท่วม (5 ธ.ค. 2568): https://www.thansettakij.com/health-wellness/wellbeing/645807

MGR Online อ้างกรมอนามัย — กำจัดเชื้อราหลังน้ำท่วม (26 ต.ค. 2564): https://mgronline.com/qol/detail/9640000106037

โรงพยาบาลศิริราช — แผลเบาหวานที่เท้า: https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=915

คณะเภสัชศาสตร์/ศิริราช — การเก็บรักษาอินซูลิน: https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/sirirajonline2021/Article_files/778_1.pdf

PPTV อ้าง รพ.สมิติเวช — น้ำกัดเท้า (29 ก.ย. 2569): https://www.pptvhd36.com/health/care/8014

Thai PBS — แนวทางดูแลจิตใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม (29 ก.ค. 2560): https://www.thaipbs.or.th/news/content/264774

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page