top of page

หน้าฝนพื้นลื่น: เช็คลิสต์ 20 จุดเสี่ยงที่ทำให้ผู้สูงอายุหกล้ม ทั้งในบ้านและระหว่างไปโรงพยาบาล

  • 17 ส.ค.
  • ยาว 2 นาที
20 จุดเสี่ยงผู้สูงอายุลื่นล้มทั้งในบ้านและระหว่างไปโรงพยาบาล

มีความจริงข้อหนึ่งที่ครอบครัวส่วนใหญ่มารู้ทีหลัง — ผู้สูงอายุมักไม่เล่าให้ลูกฟังเวลาลื่นล้ม

ไม่ใช่เพราะลืม แต่เพราะท่านรู้ว่าถ้าเล่าไป สิ่งที่จะตามมาคือประโยคว่า "งั้นแม่อย่าออกไปไหนคนเดียวอีกนะ" และการถูกจำกัดพื้นที่ชีวิตเป็นสิ่งที่ท่านกลัวมากกว่าการล้มเสียอีก ผลคือหลายบ้านรู้ว่าท่านล้มก็ต่อเมื่อครั้งนั้นรุนแรงจนปิดไม่ได้แล้ว


เดือนสิงหาคมเป็นช่วงกลางฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่จุดเสี่ยงเพิ่มขึ้นทั้งในบ้านและนอกบ้าน บทความนี้จึงแยกเช็คลิสต์เป็นสองชุด ชุดแรกคือ 12 จุดในบ้านที่แก้ได้เอง และชุดที่สองคือ 8 จุดนอกบ้านและระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาล ซึ่งเป็นชุดที่แทบไม่มีบทความไหนพูดถึง ทั้งที่เป็นบริบทที่ผู้สูงอายุต้องเจอทุกครั้งที่มีนัดหมอ


คำตอบสั้น ๆ: จุดเสี่ยงหกล้มของผู้สูงอายุในหน้าฝนกระจุกอยู่สามที่ คือ ห้องน้ำ พื้นบริเวณทางเข้าบ้านและทางเข้าอาคารที่เปียกจากรองเท้าและร่ม และจังหวะขึ้นลงรถ ส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยของราคาไม่แพงและการจัดของใหม่ภายในหนึ่งวัน โดยไม่ต้องรีโนเวทบ้าน


ทำไมหน้าฝนถึงอันตรายกว่าปกติ

ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นเปียกอย่างเดียว แต่เป็นหลายอย่างที่มาพร้อมกัน

  • พื้นเปียกจากรองเท้าและร่มของคนที่เดินเข้ามา ซึ่งมักเป็นพื้นกระเบื้องหรือหินขัดตรงทางเข้า ที่ลื่นกว่าตอนแห้งมาก และคนที่เดินเข้ามาทีหลังจะไม่ทันเห็นว่าเปียก

  • แสงน้อยตลอดวัน ฟ้าครึ้มทำให้ในบ้านมืดกว่าปกติ ทำให้มองพื้นต่างระดับและสิ่งของบนพื้นได้ไม่ชัด

  • การถือร่มทำให้เหลือมือว่างข้างเดียว มือที่ควรใช้จับราวหรือยันตัวจึงไม่ว่าง และร่มยังบังสายตาในมุมล่างด้วย

  • รองเท้าเปียก พื้นรองเท้าที่ชุ่มน้ำยึดเกาะได้น้อยลง โดยเฉพาะเมื่อเหยียบจากพื้นเปียกขึ้นไปบนพื้นเรียบในอาคาร


การหกล้มไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวัย กรมควบคุมโรคจัดทำรายงานพยากรณ์การพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุไทยไว้เป็นรายปี ซึ่งชี้ว่าเป็นปัญหาที่มีขนาดใหญ่ในระดับประเทศและป้องกันได้ด้วยการจัดการสภาพแวดล้อม


ความเสี่ยงมีสองแบบ และแบบที่คนมองข้ามคือแบบแรก

  • ความเสี่ยงจากตัวท่านเอง

การมองเห็นที่เปลี่ยนไป ข้อเข่าและกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงลง ปัญหาการทรงตัว และภาวะปัสสาวะบ่อยที่ทำให้ต้องรีบลุกกลางดึก ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง

อีกเรื่องที่สำคัญมากแต่แทบไม่มีใครพูดถึงคือยาบางกลุ่มมีผลข้างเคียงที่ทำให้ง่วงซึม มึนศีรษะ หรือหน้ามืดเวลาลุกยืน ซึ่งเพิ่มโอกาสหกล้มโดยตรง หากคุณสังเกตว่าท่านเริ่มเวียนหัวหรือทรงตัวไม่ดีหลังเริ่มยาตัวใหม่ ให้จดไว้แล้วปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลท่าน

ห้ามหยุดยาหรือปรับขนาดยาเองเด็ดขาด ไม่ว่าจะสงสัยว่ายาตัวไหนทำให้ท่านเวียนหัวก็ตาม การหยุดยาบางชนิดกะทันหันอันตรายกว่าความเสี่ยงที่พยายามเลี่ยง — สิ่งที่ควรทำคือจดอาการและช่วงเวลาที่เกิด แล้วนำไปให้แพทย์พิจารณา


  • ความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อม

ส่วนนี้คือส่วนที่ครอบครัวจัดการได้เองทันที และเป็นเนื้อหาของเช็คลิสต์ทั้งสองชุดต่อจากนี้


ชุดที่ 1 · เช็คลิสต์ 12 จุดในบ้าน

เดินสำรวจบ้านทีละห้องพร้อมรายการนี้ ใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง และของที่ต้องซื้อเพิ่มส่วนใหญ่หาได้จากร้านใกล้บ้าน

บริเวณ

จุดเสี่ยง

สิ่งที่ทำได้ภายในวันเดียว

ห้องน้ำ

1. พื้นเปียกลื่นตลอดเวลา

ปูแผ่นกันลื่นในโซนอาบน้ำ และใช้ที่ปาดน้ำหลังใช้ทุกครั้ง

ห้องน้ำ

2. ไม่มีที่ยึดจับตอนลุกจากโถส้วม

ติดราวจับข้างโถ — เป็นการแก้จุดเดียวที่ให้ผลมากที่สุดในบ้าน

ห้องน้ำ

3. ต้องยืนอาบน้ำนาน

วางเก้าอี้พลาสติกขาสูงมียางกันลื่นไว้ในห้องน้ำ

ห้องนอน

4. ลุกเข้าห้องน้ำกลางดึกในความมืด

ติดไฟกลางคืนแบบเสียบปลั๊กตลอดทางจากเตียงถึงห้องน้ำ

ห้องนอน

5. เตียงสูงหรือต่ำเกินไป

ระดับที่ดีคือเมื่อนั่งขอบเตียงแล้วเท้าวางเต็มฝ่าเท้าบนพื้นพอดี

ทางเดิน

6. พรมเช็ดเท้าที่ขอบงอหรือเลื่อนได้

ติดเทปกาวสองหน้ายึดขอบ หรือเอาออกไปเลยถ้าไม่จำเป็น

ทางเดิน

7. สายไฟและสายชาร์จพาดพื้น

รวบเก็บชิดผนัง ใช้ที่รัดสายไฟ

ทางเดิน

8. แสงสว่างไม่พอในหน้าฝนที่ฟ้าครึ้มทั้งวัน

เพิ่มหลอดไฟหรือเปลี่ยนเป็นหลอดที่สว่างขึ้น โดยเฉพาะหัวบันไดและปลายทางเดิน

บันได

9. ขั้นบันไดไม่มีแถบกันลื่นและมองขอบขั้นไม่ชัด

ติดเทปกันลื่นสีตัดกับพื้นที่ขอบขั้นทุกขั้น

ครัว

10. ของใช้ประจำวางบนชั้นสูงต้องเขย่ง

ย้ายของที่ใช้ทุกวันลงมาอยู่ระหว่างระดับเอวถึงระดับสายตา

หน้าบ้าน

11. พื้นทางเข้าเปียกจากฝนและรองเท้า

วางพรมยางซับน้ำแบบไม่เลื่อนไว้ทั้งด้านนอกและด้านในประตู

ทั้งบ้าน

12. เดินเท้าเปล่าหรือใส่รองเท้าแตะฟองน้ำในบ้าน

เปลี่ยนเป็นรองเท้าในบ้านพื้นยางกันลื่นแบบหุ้มส้น


ชุดที่ 2 · เช็คลิสต์ 8 จุดนอกบ้านและระหว่างไปโรงพยาบาล

บทความป้องกันหกล้มเกือบทั้งหมดจบที่การปรับบ้าน แต่ในความเป็นจริง วันที่ผู้สูงอายุเสี่ยงที่สุดคือวันที่ท่านออกจากบ้าน และวันที่ออกจากบ้านบ่อยที่สุดของท่านก็คือวันที่มีนัดหมอ

  • ทางลาดเปียก ทางลาดที่โรงพยาบาลสร้างไว้เพื่อความสะดวก กลายเป็นจุดอันตรายที่สุดเมื่อเปียก เพราะพื้นเอียงบวกกับพื้นลื่นทำให้เสียหลักได้เร็วกว่าบันได — ถ้าฝนตกและมีทางเลือก การใช้ลิฟต์ปลอดภัยกว่า

  • พื้นตรงประตูทางเข้าอาคาร เป็นจุดที่น้ำจากร่มและรองเท้าของทุกคนมารวมกัน และมักเป็นพื้นหินขัดมัน ควรเดินช้าลงและจับราวหรือแขนคนที่มาด้วยในช่วงสองสามก้าวแรกหลังเข้าประตู

  • จังหวะขึ้นลงรถตอนฝนตก ขอบทางที่มีน้ำขังทำให้มองไม่เห็นระดับพื้นจริง ควรจอดในจุดที่มีหลังคาถ้าเป็นไปได้ และให้ท่านลงรถโดยหันตัวออกแล้วเหยียบเต็มเท้าทีละข้าง ไม่ใช่ก้าวยาวข้ามน้ำ

  • การถือของจนไม่มีมือว่าง ถุงยา แฟ้มเอกสาร กระเป๋า และร่ม รวมกันแล้วทำให้ท่านไม่มีมือไว้ทรงตัว ควรใช้กระเป๋าสะพายแทนถุงหิ้ว และให้คนที่ไปด้วยถือของทั้งหมด

  • ห้องน้ำสาธารณะในโรงพยาบาลและห้าง พื้นเปียกเกือบตลอดเวลาและไม่ใช่ทุกห้องที่มีราวจับ ควรพาท่านไปห้องน้ำสำหรับผู้พิการหรือผู้สูงอายุซึ่งมีราวจับและพื้นที่กว้างกว่า

  • บันไดเลื่อนตอนพื้นรองเท้าเปียก จังหวะก้าวขึ้นและก้าวลงต้องอาศัยการยึดเกาะและการกะจังหวะพร้อมกัน ถ้ารองเท้าเปียกหรือท่านทรงตัวไม่ดี ให้ใช้ลิฟต์แทนทุกครั้ง

  • พื้นต่างระดับที่ถูกน้ำขังบัง ขอบฟุตปาธ ฝาท่อ และหลุมเล็ก ๆ ในลานจอดรถ มองไม่เห็นเมื่อมีน้ำขัง ควรเดินในเส้นทางที่คุ้นเคยและมีไฟส่องสว่าง แม้จะอ้อมกว่า

  • การยืนรอคิวนานจนขาล้า ความล้าสะสมทำให้การทรงตัวแย่ลงในช่วงท้ายของวัน ซึ่งเป็นตอนที่ท่านต้องเดินกลับออกไปที่รถพอดี ควรหาที่นั่งพักเป็นระยะ ไม่ใช่ยืนรอทั้งหมด


รองเท้าและอุปกรณ์ช่วยเดินในหน้าฝน

  • รองเท้าที่ควรใช้ พื้นยางดอกลึก หุ้มส้น กระชับเท้า และน้ำหนักเบา ถ้าเปียกแล้วควรมีอีกคู่ให้เปลี่ยน เพราะรองเท้าที่ชุ่มน้ำยึดเกาะได้น้อยลงมาก

  • รองเท้าที่ควรเลิกใช้ รองเท้าแตะฟองน้ำและรองเท้าที่พื้นสึกจนดอกยางเรียบ ซึ่งเป็นคู่ที่ท่านมักใส่ที่สุดเพราะใส่สบายและคุ้นเคย

  • ไม้เท้า ต้องปรับความสูงให้พอดีกับท่าน และควรเปลี่ยนยางหุ้มปลายเมื่อสึก เพราะปลายไม้เท้าที่ยางเรียบจะลื่นบนพื้นเปียก ควรให้เภสัชกรหรือนักกายภาพบำบัดช่วยดูความสูงที่เหมาะสม

  • เสื้อกันฝนแทนร่ม ในวันที่ต้องเดินไกลจากที่จอดรถ เสื้อกันฝนดีกว่าร่มเพราะทำให้ท่านมีมือว่างทั้งสองข้าง


ถ้าท่านล้มแล้ว ควรทำอะไรและไม่ควรทำอะไร

  • อย่ารีบพยุงให้ลุกทันที ให้ถามก่อนว่าเจ็บตรงไหน ขยับแขนขาได้ไหม และมีอาการมึนหรือจำเหตุการณ์ไม่ได้หรือเปล่า

  • ถ้าท่านปวดมาก ขยับไม่ได้ หรือศีรษะกระแทก ให้เรียกความช่วยเหลือทางการแพทย์ อย่าเคลื่อนย้ายเอง โดยเฉพาะเมื่อสงสัยว่าอาจกระดูกหัก

  • พาไปพบแพทย์แม้ดูเหมือนไม่เป็นอะไร โดยเฉพาะถ้าท่านใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือศีรษะกระทบพื้น เพราะอาการบางอย่างแสดงออกช้ากว่าที่คิด ครอบครัวไม่ควรประเมินความรุนแรงเอง

  • จดไว้เสมอว่าล้มเมื่อไหร่ ตรงไหน และกำลังทำอะไรอยู่ ข้อมูลนี้มีค่ากับแพทย์มาก และการล้มซ้ำในจุดเดิมคือสัญญาณว่าต้องแก้สภาพแวดล้อมตรงนั้น

  • อย่าตอบสนองด้วยการห้ามท่านออกจากบ้าน เพราะนอกจากจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงจนเสี่ยงล้มมากขึ้นแล้ว ยังเป็นเหตุผลอัrนดับหนึ่งที่ทำให้ครั้งต่อไปท่านเลือกจะไม่บอกคุณ


สรุป

การป้องกันการหกล้มไม่ได้แปลว่าต้องให้ท่านอยู่แต่ในบ้าน เป้าหมายที่ถูกต้องคือทำให้ท่านยังออกไปใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม แต่บนพื้นที่ปลอดภัยกว่าเดิม เริ่มจากห้องน้ำหนึ่งจุดในวันนี้ แล้วค่อยไล่ตามเช็คลิสต์ทีละข้อ


วันที่เสี่ยงที่สุดคือวันที่ท่านต้องออกจากบ้าน

DHUB คือบริการผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ตลอดวันที่ท่านต้องออกไปข้างนอก ตั้งแต่ช่วยพยุงขึ้นลงรถ ถือของและเอกสารแทน อยู่ข้างกายตอนเดินบนพื้นเปียกและทางลาด รอคิวเป็นเพื่อน เข้าห้องตรวจด้วย รายงานให้คุณทราบระหว่างวัน และส่งท่านกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ผู้ช่วยทุกคนผ่านหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุที่พัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลวิมุต และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม

ค่าบริการ 999 บาท เริ่มต้น 8 ชั่วโมงต่อครั้ง (ไม่รวมค่าเดินทาง) จองครั้งแรกฟรี 1 ครั้ง


ให้ DHUB เป็นตัวแทนความห่วงใยของคุณ — จองผ่าน dhub.care หรือทักถามก่อนได้ที่ LINE Official @dhub (ทีมงานติดต่อกลับภายใน 1 วัน)


คำถามที่ลูกหลานถามบ่อย

Q: รู้ได้อย่างไรว่าท่านเคยล้มแต่ไม่ได้บอก

A: สังเกตรอยช้ำที่ท่านอธิบายไม่ค่อยได้ การเดินที่ระวังกว่าเดิม การเลี่ยงกิจกรรมที่เคยทำ หรือการเริ่มจับผนังเวลาเดิน วิธีถามที่ได้ผลกว่าการถามว่า "แม่ล้มหรือเปล่า" คือถามว่า "ช่วงนี้มีตรงไหนในบ้านที่แม่รู้สึกว่าเดินแล้วไม่ค่อยมั่นใจบ้าง" ซึ่งไม่ทำให้ท่านรู้สึกว่ากำลังถูกสอบสวน


Q: ควรให้ท่านใช้ไม้เท้าตั้งแต่เมื่อไหร่

A: เป็นเรื่องที่ควรให้แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดประเมิน เพราะไม้เท้าที่ไม่เหมาะกับสรีระหรือใช้ผิดวิธีทำให้ทรงตัวแย่ลงกว่าเดิมได้ ไม่ใช่ของที่ซื้อมาให้ใช้เองแล้วจบ


Q: ปรับบ้านทั้งหมดต้องใช้เงินเยอะไหม

A: รายการในเช็คลิสต์ชุดที่ 1 ส่วนใหญ่เป็นของราคาหลักร้อย เช่น แผ่นกันลื่น เทปกันลื่น ไฟกลางคืน และรองเท้าในบ้าน สิ่งที่ควรลงทุนมากที่สุดคือราวจับในห้องน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุดในบ้าน


Q: ท่านไม่ยอมให้ติดราวจับเพราะบอกว่ายังไม่แก่ขนาดนั้น

A: ปฏิกิริยานี้พบบ่อยมาก และมักไม่ได้เกี่ยวกับราวจับ แต่เกี่ยวกับความรู้สึกว่ากำลังถูกตัดสินว่าช่วยตัวเองไม่ได้ ลองเปลี่ยนวิธีเสนอจาก "ติดให้แม่" เป็น "ติดไว้ทั้งบ้าน เผื่อทุกคนรวมทั้งหลานที่มาค้าง" ซึ่งเปลี่ยนความหมายของอุปกรณ์จากสัญลักษณ์ของความเสื่อมถอย เป็นของใช้ในบ้านธรรมดา


----------------------------------------


DHUB บริการผู้ช่วยพาผู้สูงอายุไปหาหมอ และทำธุระ

ครอบคลุมทุกความต้องการ ดูแลอย่างมืออาชีพ


  • ผู้ช่วยทุกคนผ่านการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น มาตรฐานโรงพยาบาลวิมุต

  • ผู้ช่วยผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม มั่นใจได้

  • รายงานการดูแลตลอดวัน ให้คุณรับรู้ทุกการเคลื่อนไหว เสมือนไปด้วยตนเอง

  • ดูแลอย่างใกล้ชิด ปลอดภัย และไว้ใจได้

  • ค่าบริการ 999.- (ไม่รวมค่าเดินทาง) ฟรี! บริการ 1 ครั้ง เมื่อจองครั้งแรก *จำกัด 2,000 ท่านแรก


ติดต่อสอบถามบริการได้ที่ LINE : @dhub

เบอร์โทรศัพท์ : 02-124-3364


ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่


ข้อมูลอ้างอิง: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (รายงานการพยากรณ์การพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุในประเทศไทย) · กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page