top of page

ดูแลพ่อแม่ทางไกล: ระบบ 4 ชั้น ที่ลูกซึ่งอยู่คนละจังหวัด–คนละประเทศ วางไว้ได้จริง

  • 14 ส.ค.
  • ยาว 2 นาที
ดูแลพ่อแม่แม่อยู่ไกลได้ ด้วยระบบ 4 ชั้น

คุณโทรหาแม่ทุกเย็นในเวลาเดิม ถามคำถามเดิมว่ากินข้าวหรือยัง วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง แล้วได้คำตอบเดิมว่าสบายดี ไม่ต้องห่วง

วางสายแล้วคุณก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม คือไม่รู้อะไรเลย

ความรู้สึกนี้ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นลูกที่ไม่เอาใจใส่ ตรงกันข้าม มันเกิดขึ้นกับคนที่เอาใจใส่มากพอจนรู้ว่าการโทรถามอย่างเดียวมันไม่พอ แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพิ่มได้บ้างเมื่ออยู่ห่างออกไปหลายร้อยหรือหลายพันกิโลเมตร


บทความนี้ไม่ได้เขียนเพื่อให้กำลังใจ แต่เขียนเพื่อให้ลงมือทำได้จริงในสุดสัปดาห์เดียว โดยแบ่งเป็นสี่ชั้นที่ทำต่อกันเป็นระบบ ไม่ใช่เคล็ดลับกระจัดกระจาย


ทำไม "โทรถามทุกวัน" ถึงยังไม่ใช่ระบบ

เพราะผู้สูงอายุเกือบทุกท่านตอบว่าสบายดีเสมอ ไม่ใช่เพราะโกหก แต่เพราะสามเหตุผลที่เข้าใจได้

  • ท่านไม่อยากให้ลูกเป็นห่วง โดยเฉพาะลูกที่อยู่ไกลและช่วยอะไรทันทีไม่ได้อยู่แล้ว การเล่าไปก็มีแต่ทำให้ลูกกังวลเปล่า ๆ ในความคิดของท่าน

  • ท่านกลัวถูกจำกัดชีวิต เล่าว่าลื่นล้มหนึ่งครั้ง อาจแลกมาด้วยการถูกห้ามออกจากบ้านไปตลอด

  • ท่านเองก็ไม่ทันสังเกต ความเปลี่ยนแปลงในวัยนี้ค่อยเป็นค่อยไปจนคนที่อยู่กับตัวเองทุกวันไม่รู้สึก เดินช้าลงทีละนิด ได้ยินน้อยลงทีละนิด


ระบบที่ดีจึงไม่ใช่ระบบที่พึ่งการรายงานของท่านอย่างเดียว แต่เป็นระบบที่ทำให้คุณรู้สถานการณ์ได้แม้ท่านจะไม่เล่า


ชั้นที่ 1 · แฟ้มข้อมูลสุขภาพหนึ่งชุดที่ทุกคนในบ้านเข้าถึงได้

นี่คือชั้นที่ต้องทำก่อนทุกอย่าง และเป็นชั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดต่อเวลาที่ลงไป ใช้เวลาทำจริงประมาณหนึ่งบ่าย แต่ใช้ได้ไปอีกหลายปี


หัวข้อที่แฟ้มควรมี

หัวข้อ

รายละเอียดที่ต้องกรอก

ข้อมูลพื้นฐาน

ชื่อ-นามสกุลตามบัตรประชาชน เลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด หมู่เลือด

สิทธิการรักษา

ใช้สิทธิอะไร หน่วยบริการประจำอยู่ที่ไหน พร้อมเบอร์โทรของหน่วยบริการนั้น

โรคประจำตัว

ทุกโรคที่มี พร้อมปีที่เริ่มรักษา

ยาที่ใช้อยู่

ชื่อยา ขนาด และเวลาที่ต้องกิน พร้อมรูปถ่ายซองยาทั้งหมดวางเรียงให้เห็นฉลากชัด

ประวัติแพ้ยาและแพ้อาหาร

ข้อนี้สำคัญที่สุดในแฟ้ม ถ้ามีเวลากรอกได้ข้อเดียว ให้กรอกข้อนี้

แพทย์ที่ดูแล

ชื่อแพทย์ โรงพยาบาล และแผนก แยกตามโรค

วันนัดครั้งถัดไป

ทุกนัดของทุกโรงพยาบาล

ประวัติผ่าตัดและการนอนโรงพยาบาล

พร้อมปีที่เกิดขึ้น

เบอร์ติดต่อฉุกเฉิน

เรียงลำดับว่าโทรหาใครก่อนหลัง

ที่เก็บเอกสารตัวจริง

ระบุให้ชัดว่าบัตรประชาชน สมุดนัด และใบผลตรวจ เก็บอยู่ตรงไหนในบ้าน

เก็บไว้สองที่เสมอ ที่หนึ่งคือโฟลเดอร์ออนไลน์ที่พี่น้องทุกคนเข้าถึงได้ อีกที่หนึ่งคือกระดาษหนึ่งแผ่นพิมพ์ตัวใหญ่ วางไว้ข้างโทรศัพท์บ้านหรือติดตู้เย็นที่บ้านท่าน — ข้อหลังสำคัญเพราะในนาทีฉุกเฉิน คนที่ต้องอ่านข้อมูลนี้อาจเป็นเพื่อนบ้านหรือเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ไม่ใช่คุณ

ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว ควรเก็บในที่ที่จำกัดคนเข้าถึงเฉพาะครอบครัว ไม่ควรส่งต่อในกลุ่มแชทที่มีคนนอกครอบครัวรวมอยู่ด้วย และควรบอกให้ท่านทราบว่าเราทำแฟ้มนี้ไว้เพื่ออะไร ไม่ใช่ทำลับหลัง



ชั้นที่ 2 · คนในพื้นที่ ที่ไปถึงท่านได้ก่อนคุณ

ไม่ว่าระบบจะดีแค่ไหน ความจริงข้อหนึ่งที่เปลี่ยนไม่ได้คือคุณอยู่ไกล ชั้นนี้จึงเป็นการยอมรับความจริงข้อนั้นแล้วจัดการกับมัน

ลองเขียนรายชื่อออกมาว่าใครบ้างที่อยู่ใกล้ท่านกว่าคุณ พร้อมระบุว่าแต่ละคนใช้เวลาเดินทางถึงบ้านท่านกี่นาที

  • ญาติที่อยู่ใกล้ที่สุด

  • เพื่อนบ้านที่ท่านสนิทด้วยจริง ๆ ไม่ใช่แค่รู้จักหน้า

  • อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือชุมชน และหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน

  • ร้านค้า ร้านยา หรือตลาดที่ท่านไปประจำจนเจ้าของร้านจำท่านได้


สิ่งสำคัญกว่าการมีรายชื่อ คือการขอความช่วยเหลืออย่างถูกวิธี คนส่วนใหญ่ขอแบบกว้าง ๆ ว่า "ฝากดูแลคุณแม่ด้วยนะครับ" ซึ่งฟังดูสุภาพแต่ในทางปฏิบัติไม่มีใครรู้ว่าต้องทำอะไร

ขอแบบเจาะจงได้ผลกว่ามาก เช่น "ถ้าพี่เห็นว่าไฟหน้าบ้านแม่ผมไม่เปิดตอนค่ำ รบกวนโทรบอกผมได้ไหมครับ" — เป็นคำขอที่ทำได้จริง ใช้เวลาไม่ถึงนาที และคนที่รับปากก็รู้ชัดว่าตัวเองต้องทำอะไร

อีกข้อที่ควรทำคือขอเบอร์และแนะนำตัวไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น การโทรหาเพื่อนบ้านครั้งแรกในวันที่เกิดเหตุ เป็นสถานการณ์ที่ทั้งเสียเวลาและอึดอัดสำหรับทุกฝ่าย


ชั้นที่ 3 · ผู้ช่วยมืออาชีพ เฉพาะวันที่มีเรื่องต้องจัดการ

ความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายครอบครัวไม่เริ่มสักที คือคิดว่าการมีคนช่วยดูแลแปลว่าต้องจ้างคนอยู่ประจำ ซึ่งเป็นการตัดสินใจใหญ่ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและเรื่องความรู้สึกของท่าน

ในความเป็นจริง วันที่ผู้สูงอายุต้องการคนอยู่ด้วยจริง ๆ มีอยู่ไม่กี่ประเภท และคาดการณ์ล่วงหน้าได้เกือบทั้งหมด

  • วันที่มีนัดพบแพทย์ตามรอบ

  • วันตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งใช้เวลาทั้งวันและมีขั้นตอนเยอะที่สุด

  • วันไปรับวัคซีนหรือทำหัตถการเล็ก ๆ ที่ต้องสังเกตอาการหลังเสร็จ

  • วันไปทำธุระที่มีเอกสารเยอะ เช่น ธนาคาร สำนักงานเขต หรือเรื่องประกัน


สิ่งที่ควรได้กลับมาจากผู้ช่วยไม่ใช่แค่ "พาไปถึงและกลับถึงบ้าน" แต่คือข้อมูลที่ทำให้คุณตัดสินใจต่อได้ ได้แก่ รายงานระหว่างวันว่าตอนนี้อยู่ขั้นตอนไหน และสรุปหลังจบว่าแพทย์บอกอะไร ยาเปลี่ยนหรือไม่

และนัดครั้งถัดไปเมื่อไหร่



ชั้นที่ 4 · แผนฉุกเฉินหนึ่งหน้า ที่ทุกคนเคยอ่านแล้ว

ชั้นนี้ใช้เวลาทำสั้นที่สุดแต่ถูกข้ามบ่อยที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากคิดถึง เขียนให้จบในหนึ่งหน้าและตอบให้ได้ห้าคำถาม

  • ถ้าเกิดเหตุ ใครโทรหาใครก่อน เรียงลำดับให้ชัด และให้มีชื่อสำรองเผื่อคนแรกติดต่อไม่ได้

  • จะไปโรงพยาบาลไหน แยกให้ชัดระหว่างกรณีทั่วไปที่ควรไปตามสิทธิ กับกรณีฉุกเฉินวิกฤตที่ต้องไปที่ใกล้ที่สุด และจำเบอร์สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ไว้

  • ใครมีกุญแจบ้าน ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนในพื้นที่ที่เข้าบ้านได้เมื่อจำเป็น

  • ใครเป็นคนตัดสินใจถ้าลูกทุกคนอยู่ไกล เรื่องนี้มีมิติทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องในบางกรณี เช่น การลงนามเอกสารบางประเภทแทนท่าน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้า อย่ารอให้ถึงวันที่ต้องใช้จริง

  • เงินฉุกเฉินอยู่ที่ไหนและใครเข้าถึงได้ เป็นเรื่องที่พูดยากที่สุดในบ้าน แต่การไม่พูดไว้เลยสร้างปัญหามากกว่า


เมื่อเขียนเสร็จ ส่งให้พี่น้องทุกคนและคนในพื้นที่อ่านหนึ่งรอบ แผนที่ไม่มีใครเคยอ่านก่อนวันเกิดเหตุ มีค่าเท่ากับไม่มีแผน


เมื่อท่านปฏิเสธความช่วยเหลือ

"ไม่ต้อง เดี๋ยวแม่ไปเอง" เป็นประโยคที่แทบทุกครอบครัวเจอ และวิธีตอบที่คนส่วนใหญ่ใช้คือพยายามอธิบายด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งมักไม่ได้ผล เพราะสิ่งที่ท่านปกป้องไม่ใช่ความถูกต้องของข้อมูล แต่เป็นความรู้สึกว่ายังทำอะไรเองได้อยู่


เปลี่ยนจากการพูดถึงท่าน เป็นการพูดถึงตัวเอง

แทนที่จะพูดว่า "แม่ไปคนเดียวไม่ไหวแล้ว" ซึ่งเป็นการตัดสินความสามารถของท่าน ให้ลองพูดถึงความรู้สึกของตัวเองตรง ๆ เช่น "ผมนอนไม่ค่อยหลับเวลาคิดว่าแม่ไปโรงพยาบาลคนเดียว ขอให้มีคนไปเป็นเพื่อนเพื่อให้ผมสบายใจได้ไหมครับ"

ประโยคแบบหลังเปลี่ยนบทบาทของท่านจากคนที่ถูกดูแล เป็นคนที่กำลังช่วยลูก ซึ่งเป็นบทบาทที่ท่านคุ้นเคยและยอมรับได้ง่ายกว่ามาก


เสนอเป็นการทดลอง ไม่ใช่การเปลี่ยนถาวร

"ลองสักครั้งก่อน ถ้าแม่ไม่ชอบก็ไม่ต้องเอาอีก" ลดแรงต้านได้มากกว่าการขอให้ท่านยอมรับสิ่งใหม่ไปตลอด และในทางปฏิบัติ ครั้งแรกที่ผ่านไปด้วยดีมักเปลี่ยนคำตอบของท่านเอง


ให้ท่านเป็นคนตัดสินใจในรายละเอียด

ให้ท่านเลือกเองว่าจะไปวันไหน เวลาไหน และถ้ามีตัวเลือกเรื่องคนที่จะมาช่วย ก็ให้ท่านมีส่วนเลือก การได้ควบคุมรายละเอียดทำให้ท่านรู้สึกว่ายังเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองอยู่


ยอมรับว่าท่านมีสิทธิปฏิเสธ

ถ้าท่านยังไม่พร้อมจริง ๆ การเคารพการตัดสินใจนั้นไม่ใช่การยอมแพ้ ให้กลับไปทำชั้นที่ 1 2 และ 4 ให้แน่นแทน แล้วเก็บชั้นที่ 3 ไว้เสนอใหม่ในจังหวะที่เหมาะกว่า เช่น วันที่ท่านมีนัดที่ต้องไปทั้งวันจริง ๆ


อยู่ต่างจังหวัด กับอยู่ต่างประเทศ ต่างกันตรงไหน

ประเด็น

อยู่ต่างจังหวัด

อยู่ต่างประเทศ

เวลาที่ไปถึงได้

ส่วนใหญ่ภายในหนึ่งวัน

มักหนึ่งถึงสามวัน ทำให้ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 4 สำคัญกว่ามาก

การติดต่อ

โทรได้เกือบทุกเวลา

ต่างโซนเวลา ควรตกลงเวลาโทรประจำที่ใช้ได้ทั้งสองฝั่ง และให้ท่านรู้ว่าถ้าฉุกเฉินให้โทรได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องเกรงใจ

การรับรู้สถานการณ์

ยังพอแวะไปดูเองเป็นระยะ

พึ่งการรายงานจากคนอื่นเกือบทั้งหมด จึงต้องออกแบบให้มีข้อมูลไหลกลับมาอย่างสม่ำเสมอ

เอกสารและการลงนาม

จัดการเองได้เมื่อกลับไป

ต้องวางแผนล่วงหน้า เพราะเอกสารบางอย่างต้องดำเนินการในประเทศไทย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายไว้ก่อน

ความรู้สึกผิด

มีเหมือนกัน แต่บรรเทาได้ด้วยการกลับไปเยี่ยม

มักหนักกว่า เพราะกลับไม่ได้บ่อย — ข้อนี้ไม่ได้แก้ด้วยการทำระบบ แต่ระบบที่ดีช่วยให้ความห่วงเปลี่ยนเป็นสิ่งที่จับต้องได้


คำถามที่ลูกหลานถามบ่อย

Q: ควรกลับไปเยี่ยมบ่อยแค่ไหนถึงจะพอ

A: ไม่มีตัวเลขที่ถูกต้อง และการตั้งเป้าเป็นจำนวนครั้งต่อปีมักกลายเป็นเครื่องมือทำร้ายตัวเองมากกว่าจะช่วยอะไร สิ่งที่มีผลกว่าคือความสม่ำเสมอที่คาดเดาได้ ท่านมักให้ค่ากับการรู้ว่า "เดือนหน้าลูกจะกลับมา" มากกว่าจำนวนวันที่อยู่ด้วยจริง


Q: พี่น้องหลายคน แต่ไม่มีใครรับผิดชอบชัดเจน ควรแบ่งกันอย่างไร

A: แบ่งตามงาน ไม่ใช่แบ่งตามความรู้สึกว่าใครควรทำมากกว่า เช่น คนหนึ่งดูแลแฟ้มข้อมูลและวันนัด คนหนึ่งดูแลเรื่องเงินและเอกสาร คนหนึ่งเป็นคนติดต่อกับคนในพื้นที่ การแบ่งแบบมีชื่อกำกับทุกงานช่วยลดความน้อยใจได้มากกว่าการตกลงกันลอย ๆ ว่าจะช่วยกัน


Q: อยู่ต่างประเทศ จองบริการผู้ช่วยในไทยให้พ่อแม่ได้ไหม

A: ได้ ลูกสามารถเป็นผู้จองแทนได้จากที่ไหนก็ได้ โดยระบุว่าผู้ใช้บริการคือคุณพ่อคุณแม่ และควรระบุข้อมูลที่ผู้ช่วยต้องรู้ให้ครบตั้งแต่ตอนจอง เช่น โรคประจำตัว ข้อควรระวัง และสิ่งที่ต้องการให้ช่วยเป็นพิเศษ


Q: ควรติดกล้องดูความเคลื่อนไหวในบ้านท่านไหม

A: เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับท่านก่อนเสมอ ไม่ใช่ติดแล้วค่อยบอก บ้านของท่านคือพื้นที่ส่วนตัวและศักดิ์ศรีของท่านอยู่ในนั้นด้วย ถ้าท่านไม่สบายใจ มีทางเลือกอื่นที่รบกวนความเป็นส่วนตัวน้อยกว่า เช่น การนัดเวลาโทรที่แน่นอน หรือการขอให้คนในพื้นที่ช่วยสังเกตสัญญาณง่าย ๆ ตามที่ตกลงกันไว้


Q: ทำระบบทั้งสี่ชั้นนี้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน

A: ชั้นที่ 1 ใช้เวลาประมาณหนึ่งบ่าย ชั้นที่ 2 ใช้เวลาโทรไม่กี่สาย ชั้นที่ 4 เขียนเสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง ส่วนชั้นที่ 3 จัดการเป็นครั้ง ๆ ตามวันนัดที่มีอยู่แล้ว รวมแล้วเริ่มต้นได้จบในสุดสัปดาห์เดียว และไม่จำเป็นต้องทำครบทุกชั้นพร้อมกัน เริ่มจากชั้นที่ 1 ก่อนก็เปลี่ยนสถานการณ์ไปมากแล้ว


สรุป

การดูแลพ่อแม่จากระยะไกลไม่ได้แก้ด้วยการโทรถี่ขึ้นหรือรู้สึกผิดมากขึ้น แต่แก้ด้วยการเปลี่ยนความห่วงให้เป็นระบบที่ทำงานได้แม้ในวันที่คุณไม่อยู่ ระยะทางเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ แต่การเตรียมไว้ล่วงหน้าเป็นสิ่งที่ทำได้ตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้


ชั้นที่ 3 คือชั้นที่ DHUB ช่วยได้

DHUB คือบริการผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ตลอดวัน เฉพาะวันที่มีเรื่องต้องจัดการ ไม่ต้องจ้างประจำ ผู้ช่วยไปรับท่านจากที่บ้าน อยู่ด้วยตลอดการรอคิว เข้าห้องตรวจด้วย จัดการเอกสารและรับยา จดสิ่งที่แพทย์สั่ง รายงานให้คุณทราบเป็นระยะระหว่างวัน และสรุปผลตรวจ การใช้ยา กับวันนัดครั้งถัดไปให้หลังจบงาน — ซึ่งเป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่คุณต้องใช้เติมลงแฟ้มในชั้นที่ 1 พอดี ผู้ช่วยทุกคนผ่านหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุที่พัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลวิมุต และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม


ลูกที่อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศจองแทนได้ ค่าบริการ 999 บาท เริ่มต้น 8 ชั่วโมงต่อครั้ง (ไม่รวมค่าเดินทาง) จองครั้งแรกฟรี 1 ครั้ง


ให้ DHUB เป็นตัวแทนความห่วงใยของคุณ — จองผ่าน dhub.care หรือทักถามก่อนได้ที่ LINE Official @dhub (ทีมงานติดต่อกลับภายใน 1 วัน)


----------------------------------------


DHUB บริการผู้ช่วยพาผู้สูงอายุไปหาหมอ และทำธุระ

ครอบคลุมทุกความต้องการ ดูแลอย่างมืออาชีพ


  • ผู้ช่วยทุกคนผ่านการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น มาตรฐานโรงพยาบาลวิมุต

  • ผู้ช่วยผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม มั่นใจได้

  • รายงานการดูแลตลอดวัน ให้คุณรับรู้ทุกการเคลื่อนไหว เสมือนไปด้วยตนเอง

  • ดูแลอย่างใกล้ชิด ปลอดภัย และไว้ใจได้

  • ค่าบริการ 999.- (ไม่รวมค่าเดินทาง) ฟรี! บริการ 1 ครั้ง เมื่อจองครั้งแรก *จำกัด 2,000 ท่านแรก


ติดต่อสอบถามบริการได้ที่ LINE : @dhub

เบอร์โทรศัพท์ : 02-124-3364


ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่


หมายเหตุ: เนื้อหาในบทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับการวางระบบดูแลผู้สูงอายุจากระยะไกล ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือทางกฎหมายเฉพาะกรณี เรื่องสุขภาพและการใช้ยาของผู้สูงอายุแต่ละท่านควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแล ส่วนเรื่องการมอบอำนาจและการลงนามเอกสารแทนผู้สูงอายุ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ


 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page