ตรวจสุขภาพผู้สูงอายุประจำปี ตรวจอะไรบ้าง? คู่มือลูกหลานฉบับเตรียมตัวก่อนวันจริง
- 6 ส.ค.
- ยาว 2 นาที

คุณจองแพ็กเกจตรวจสุขภาพให้คุณแม่เป็นของขวัญวันแม่ ด้วยความตั้งใจดีที่สุด แล้วสามวันก่อนถึงวันนัดก็เริ่มมีคำถามที่ไม่มีใครในบ้านตอบได้ ต้องงดน้ำงดอาหารกี่ชั่วโมง ยาความดันที่ท่านกินทุกเช้ากินได้ไหม ต้องพาไปกี่โมงถึงจะไม่เจอคิวยาว และถ้าเจาะเลือดเสร็จแล้วท่านหน้ามืด ใครจะอยู่ตรงนั้น
พอถึงวันจริง อีกเรื่องที่มักเกิดขึ้นคือคุณแม่กลับจากโรงพยาบาลพร้อมกระดาษผลตรวจปึกหนึ่ง แล้วบอกลูกได้แค่ว่า "หมอบอกว่าโอเค" ส่วนตัวเลขในกระดาษนั้นไม่มีใครอ่านออก
บทความนี้เขียนสำหรับลูกหลานที่ต้องเป็นคนจัดการเรื่องนี้ ตั้งแต่รู้ว่าควรตรวจอะไรบ้าง ไปจนถึงว่าต้องทำอะไรบ้างในแต่ละช่วงเวลาก่อนวันตรวจ และจะเอาผลที่ได้มาใช้ต่ออย่างไร
คำตอบสั้น ๆ: การตรวจสุขภาพของผู้สูงอายุมีสองส่วนที่ต่างกันและควรทำทั้งคู่ ส่วนแรกคือการตรวจร่างกายและตรวจเลือดพื้นฐานเพื่อดูโรคเรื้อรังที่พบบ่อย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต ไขมันในเลือด และการทำงานของไต ส่วนที่สองซึ่งคนมักมองข้ามคือการคัดกรองด้านการใช้ชีวิต เช่น การมองเห็น การได้ยิน ความจำ การเคลื่อนไหว และภาวะซึมเศร้า ซึ่งเป็นสิ่งที่การเจาะเลือดตรวจไม่พบ แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประจำวันของท่านโดยตรง
รายการตรวจพื้นฐานที่ผู้สูงอายุมักได้รับ
รายการด้านล่างคือชุดที่พบบ่อยในโปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ แต่ชุดจริงที่ท่านจะได้รับขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ตรวจ โรคประจำตัว และสิทธิการรักษาที่ใช้ จึงควรใช้ตารางนี้เป็นแนวทางในการตั้งคำถามกับแพทย์ ไม่ใช่เป็นรายการที่ต้องขอให้ครบทุกข้อ
รายการ | ตรวจเพื่ออะไร | สิ่งที่ลูกหลานควรรู้ |
ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย | ดูภาวะน้ำหนักเกินหรือผอมเกินไป ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ | น้ำหนักที่ลดลงเองโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นสัญญาณที่ควรบอกแพทย์เสมอ |
วัดความดันโลหิต | คัดกรองความดันโลหิตสูง ซึ่งมักไม่มีอาการจนกว่าจะเกิดผลกระทบแล้ว | ถ้าท่านวัดความดันที่บ้านอยู่แล้ว ให้ถ่ายรูปสมุดบันทึกไปด้วย มีประโยชน์กว่าค่าครั้งเดียวที่วัดในวันตรวจ |
ตรวจเลือดคัดกรองเบาหวาน (น้ำตาลในเลือด) | คัดกรองและติดตามระดับน้ำตาล | เป็นรายการที่มักต้องงดอาหารก่อนตรวจ |
ตรวจไขมันในเลือด | ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด | มักตรวจพร้อมกับน้ำตาลในเลือด จึงงดอาหารรอบเดียว |
ตรวจการทำงานของไตและตับ | สำคัญมากในผู้ที่ใช้ยาประจำหลายชนิด เพราะมีผลต่อการปรับขนาดยา | ถ้าท่านกินยาหลายตัว ควรถามแพทย์ว่ารายการนี้อยู่ในชุดตรวจหรือไม่ |
ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด | คัดกรองภาวะซีดและความผิดปกติของเม็ดเลือด | ภาวะซีดในผู้สูงอายุอาจแสดงออกเป็นอาการเหนื่อยง่ายที่ครอบครัวเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของวัย |
ตรวจปัสสาวะ | คัดกรองการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและความผิดปกติของไต | การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในผู้สูงอายุบางรายแสดงอาการเป็นความสับสนมากกว่าอาการปวด |
เอกซเรย์ปอด | ดูความผิดปกติของปอดและหัวใจเบื้องต้น | มักอยู่ในโปรแกรมตรวจประจำปีทั่วไป |
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ | ดูจังหวะการเต้นของหัวใจ | ควรบอกเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าถ้าท่านมีอาการใจสั่นหรือเคยเป็นลม |
ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน | ปัญหาช่องปากเชื่อมโยงกับการเคี้ยวอาหารและภาวะขาดสารอาหาร | มักถูกลืมมากที่สุดในบรรดารายการทั้งหมด |
ตรวจตาโดยจักษุแพทย์ | คัดกรองต้อกระจก ต้อหิน และปัญหาสายตาที่แก้ไขได้ | การมองเห็นที่แย่ลงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการหกล้ม |
การคัดกรอง 9 ด้าน ที่การเจาะเลือดหาไม่เจอ
จุดที่โปรแกรมตรวจสุขภาพแบบซื้อเป็นแพ็กเกจมักไม่ครอบคลุม คือกลุ่มปัญหาที่ทำให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตประจำวันลำบากลงจริง ๆ กระทรวงสาธารณสุขจึงมีกรอบการคัดกรองผู้สูงอายุ 9 ด้าน ที่ใช้ประเมินสุขภาพผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยเป็นการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานในกระทรวง และมีการคัดกรองในชุมชนผ่านเครือข่าย อสม.
9 ด้านที่ว่าประกอบด้วย
ความคิดความจำ
การเคลื่อนไหวของร่างกาย
ภาวะขาดสารอาหาร
การมองเห็น
การได้ยิน
ภาวะซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
การกลั้นปัสสาวะ
การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน
สุขภาพช่องปาก
ลองอ่านรายการนี้อีกรอบแล้วเทียบกับสิ่งที่คุณสังเกตเห็นจากคุณพ่อคุณแม่ในช่วงหลัง หลายครอบครัวพบว่าเรื่องที่ทำให้ตัวเองเป็นห่วงจริง ๆ อย่างการที่ท่านเริ่มไม่ค่อยได้ยิน เดินช้าลง หรือเงียบกว่าเดิม ล้วนอยู่ในเก้าข้อนี้ ไม่ได้อยู่ในผลเลือด
รายการเพิ่มเติมตามโรคประจำตัว
ชุดตรวจของผู้สูงอายุสองคนที่อายุเท่ากันอาจไม่เหมือนกันเลย เพราะสิ่งที่ต้องติดตามขึ้นอยู่กับโรคที่ท่านเป็นและยาที่ท่านใช้อยู่ ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เป็นเบาหวานมักต้องติดตามการทำงานของไต สุขภาพเท้า และตาเป็นระยะ ส่วนผู้ที่ใช้ยาบางกลุ่มต่อเนื่องอาจต้องตรวจค่าบางอย่างถี่กว่าคนทั่วไป
สิ่งที่ลูกหลานทำได้คือไม่พยายามตัดสินใจแทนว่าควรตรวจอะไรเพิ่ม แต่เตรียมข้อมูลให้แพทย์ครบพอที่จะตัดสินใจได้ นั่นคือรายการยาทั้งหมดที่ท่านใช้อยู่จริง ประวัติแพ้ยา และอาการที่เปลี่ยนไปในช่วงหลัง
ไทม์ไลน์เตรียมตัว นับถอยหลังก่อนวันตรวจ
7 วันก่อน
โทรถามโรงพยาบาลให้ชัดว่าต้องงดน้ำงดอาหารหรือไม่ นานเท่าไหร่ และต้องไปถึงกี่โมง — อย่าอนุมานจากประสบการณ์ปีที่แล้ว เพราะชุดตรวจอาจไม่เหมือนเดิม
ถามแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องยาประจำตัวว่าเช้าวันตรวจกินได้หรือไม่ ข้อนี้สำคัญที่สุดในไทม์ไลน์ทั้งหมด และห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด โดยเฉพาะยาความดัน ยาหัวใจ ยาเบาหวาน และยาละลายลิ่มเลือด การหยุดยาโดยไม่ได้รับคำแนะนำอาจอันตรายกว่าการเลื่อนตรวจ
ถ่ายรูปยาทั้งหมดที่ท่านใช้อยู่ รวมทั้งอาหารเสริมและสมุนไพร วางเรียงให้เห็นฉลากชัด เก็บไว้ในโทรศัพท์
เช็คสิทธิการรักษาว่าใช้ที่โรงพยาบาลนี้ได้หรือไม่ และรายการใดอยู่ในสิทธิ รายการใดต้องจ่ายเอง
ถ้าคุณไปด้วยไม่ได้ จัดการเรื่องคนที่จะไปกับท่านให้เรียบร้อยตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่คืนก่อนวันตรวจ
คืนก่อนวันตรวจ
จัดกระเป๋าให้เสร็จ วางไว้ที่ประตู เพื่อไม่ให้ต้องรีบหาของตอนเช้า
เขียนรายการคำถามที่อยากฝากถามแพทย์ลงกระดาษแผ่นเดียว ตัวใหญ่ อ่านง่าย
ถ้าต้องงดอาหาร ให้ท่านทานมื้อเย็นตามเวลาปกติ ไม่ต้องอดเร็วกว่าที่โรงพยาบาลกำหนด เพราะการอดนานเกินไปทำให้ผู้สูงอายุอ่อนเพลียและเสี่ยงหน้ามืด
เตรียมเสื้อผ้าที่ถอดง่ายและแขนเสื้อพับขึ้นได้สะดวก รองเท้าพื้นกันลื่น
เช้าวันตรวจ
ไปถึงก่อนเวลาพอสมควร โดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐที่คิวช่วงเช้าจะยาวที่สุด
พกน้ำและของว่างเบา ๆ ติดไปด้วย เพื่อให้ท่านทานได้ทันทีหลังเจาะเลือดเสร็จ
ถ้าท่านใส่แว่นหรือใช้เครื่องช่วยฟัง ต้องพกไปด้วยทุกครั้ง
ระหว่างวันและหลังตรวจ
จดสิ่งที่แพทย์บอกทันทีในห้องตรวจ อย่ารอจำแล้วไปเขียนทีหลัง
ก่อนออกจากห้องตรวจ ทวนกับแพทย์สามข้อ: ผลที่ต้องติดตามคืออะไร ยาเปลี่ยนหรือไม่ และนัดครั้งถัดไปเมื่อไหร่
เก็บใบผลตรวจไว้ในแฟ้มเดียวกันทุกปี จะเห็นแนวโน้มที่มีประโยชน์กว่าดูผลปีเดียว
เช็คลิสต์ของที่ต้องพกไป
บัตรประชาชนของผู้สูงอายุ
บัตรโรงพยาบาลหรือเลขประจำตัวผู้ป่วย ถ้าเคยรักษาที่นี่มาก่อน
ยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด ถ้าพกไปได้จริงจะดีกว่าถ่ายรูป เพราะแพทย์เห็นขนาดยาบนซองได้ชัด
สมุดนัดและใบผลตรวจครั้งก่อน
สมุดบันทึกความดันหรือน้ำตาลที่วัดเองที่บ้าน ถ้ามี
แว่นสายตาและเครื่องช่วยฟัง
รายการคำถามที่เตรียมไว้
น้ำ ของว่าง และเสื้อคลุมบาง ๆ เพราะห้องรอมักเย็น
ตารางคำถามฝากถามแพทย์ สำหรับลูกที่ไปด้วยไม่ได้
ถ้าคุณต้องทำงานในวันนั้น ให้พิมพ์ตารางนี้ส่งไปกับคนที่ไปเป็นเพื่อนท่าน ช่องคำตอบเว้นว่างไว้ให้จดในห้องตรวจ ตารางแบบนี้ได้ผลกว่าการฝากบอกปากเปล่า เพราะไม่ตกหล่นและไม่ต้องอาศัยความจำ
คำถามที่ฝากถาม | คำตอบที่จดได้ |
ผลตรวจครั้งนี้มีค่าไหนที่ผิดปกติบ้าง | |
ค่าที่ผิดปกตินั้นต้องทำอะไรต่อ หรือแค่ติดตามดู | |
ยาที่ใช้อยู่มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้าเปลี่ยน เปลี่ยนตัวไหนและเพราะอะไร | |
มีอาการอะไรที่ถ้าเกิดขึ้นแล้วต้องพากลับมาพบแพทย์ทันที | |
เรื่องที่ครอบครัวสังเกตเห็น (เช่น เดินช้าลง ไม่ค่อยได้ยิน นอนไม่หลับ) แพทย์แนะนำอย่างไร | |
นัดครั้งถัดไปวันไหน และครั้งหน้าต้องเตรียมตัวอย่างไร |
ข้อควรรู้: คนที่ไปเป็นเพื่อนท่านทำหน้าที่จดและประสานงานเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ประเมินอาการหรือให้คำแนะนำทางการแพทย์แทนแพทย์ — คำตอบทุกข้อในตารางนี้ต้องมาจากแพทย์ผู้ตรวจ
ได้ผลตรวจมาแล้ว อ่านอย่างไรไม่ให้ตกใจเกินเหตุ
ค่าที่อยู่นอกช่วงอ้างอิงบนกระดาษไม่ได้แปลว่าเป็นโรคเสมอไป ช่วงอ้างอิงเป็นค่าทางสถิติของประชากรทั่วไป และในผู้สูงอายุบางค่าจะต่างจากคนวัยทำงานตามธรรมชาติอยู่แล้ว การตีความจึงต้องดูร่วมกับอาการ ยาที่ใช้ และผลของปีก่อน ซึ่งเป็นงานของแพทย์
สิ่งที่ครอบครัวทำได้และมีประโยชน์จริงคือการเก็บผลตรวจให้เป็นระบบ เพราะสิ่งที่บอกอะไรได้มากที่สุดไม่ใช่ตัวเลขของปีนี้ แต่คือทิศทางของตัวเลขเดียวกันเมื่อเทียบกับสองสามปีก่อน
อย่าค้นหาค่าที่ผิดปกติในอินเทอร์เน็ตแล้วสรุปเอง และอย่าปรับยาหรือหยุดยาให้ท่านเองไม่ว่ากรณีใด ถ้าไม่เข้าใจผลตรวจ ให้จดคำถามไว้แล้วโทรกลับไปถามที่โรงพยาบาล หรือถามในนัดครั้งถัดไป
เรื่องสิทธิ ตรวจฟรีได้แค่ไหน
ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปมีสิทธิรับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หลายรายการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมทั้งการตรวจคัดกรองพื้นฐานและวัคซีนบางชนิด ส่วนผู้ที่ใช้สิทธิประกันสังคมหรือสิทธิข้าราชการจะมีชุดสิทธิประโยชน์ของตัวเองแยกต่างหาก
เนื่องจากรายละเอียดของสิทธิเปลี่ยนแปลงเป็นรายปี วิธีที่แม่นที่สุดคือโทรถามสายด่วน สปสช. 1330 หรือสอบถามที่หน่วยบริการประจำของท่านก่อนไป เพื่อไม่ให้จ่ายเงินสำหรับรายการที่ใช้สิทธิได้อยู่แล้ว
สรุป
การตรวจสุขภาพผู้สูงอายุที่ได้ประโยชน์จริงไม่ได้วัดกันที่จำนวนรายการในแพ็กเกจ แต่วัดกันที่ว่าครอบครัวเตรียมข้อมูลไปให้แพทย์ได้ครบแค่ไหน และเอาสิ่งที่แพทย์บอกกลับมาใช้ต่อได้หรือเปล่า สิ่งที่ควรทำก่อนวันนัดจึงมีแค่สามอย่าง คือรู้ว่าต้องเตรียมอะไร รู้ว่าอยากถามอะไร และรู้ว่าใครจะอยู่กับท่านตลอดวันนั้น
ถ้าวันนัดตรงกับวันที่คุณลางานไม่ได้
DHUB คือบริการผู้ช่วยส่วนตัว ที่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ตลอดวันตรวจ ตั้งแต่ออกจากบ้าน รอคิว เข้าห้องตรวจด้วย จัดการเอกสารและรับยา จดสิ่งที่แพทย์สั่งตามตารางคำถามที่คุณเตรียมไว้ รายงานให้คุณทราบระหว่างวัน และสรุปผลตรวจ การใช้ยา กับวันนัดครั้งถัดไปให้หลังจบงาน ผู้ช่วยทุกคนผ่านหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุที่พัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลวิมุต และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
ค่าบริการ 999 บาท เริ่มต้น 8 ชั่วโมงต่อครั้ง (ไม่รวมค่าเดินทาง) จองครั้งแรกฟรี 1 ครั้ง
ให้ DHUB เป็นตัวแทนความห่วงใยของคุณ — จองผ่าน dhub.care หรือทักถามก่อนได้ที่ LINE Official @dhub (ทีมงานติดต่อกลับภายใน 1 วัน)
คำถามที่ลูกหลานถามบ่อย
Q: ผู้สูงอายุควรตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน
A: โดยทั่วไปมักแนะนำปีละครั้ง แต่ผู้ที่มีโรคประจำตัวจะมีนัดติดตามถี่กว่านั้นอยู่แล้ว และความถี่ที่เหมาะสมกับแต่ละคนควรให้แพทย์ผู้ดูแลเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ยึดตามรอบปีปฏิทินอย่างเดียว
Q: ต้องงดน้ำงดอาหารกี่ชั่วโมง
A: ขึ้นอยู่กับรายการที่ตรวจ และแต่ละโรงพยาบาลกำหนดไม่เท่ากัน จึงต้องโทรถามโรงพยาบาลที่จะไปโดยตรง ไม่ควรอิงจากที่เคยทำปีก่อนหรือจากที่อ่านมา สิ่งที่มักสร้างปัญหามากกว่าคือการที่ผู้สูงอายุอดนานเกินกว่าที่กำหนดเพราะกลัวผลไม่แม่น ซึ่งทำให้อ่อนเพลียและเสี่ยงหน้ามืดระหว่างรอคิว
Q: ยาความดันที่กินทุกเช้า วันตรวจกินได้ไหม
A: ต้องถามแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลท่านเท่านั้น เพราะคำตอบต่างกันไปตามชนิดของยาและรายการที่จะตรวจ ห้ามตัดสินใจหยุดยาเองไม่ว่ากรณีใด นี่เป็นคำถามที่ควรถามตั้งแต่หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันนัด ไม่ใช่เช้าวันตรวจ
Q: คุณแม่ไม่ยอมไปตรวจ ควรทำอย่างไร
A: การปฏิเสธมักไม่ได้มาจากความดื้อ แต่มาจากเหตุผลที่ท่านไม่พูด เช่น กลัวเจอโรค ไม่อยากเป็นภาระให้ลูกลางาน หรือเคยไปแล้วเจอประสบการณ์ที่วุ่นวายจนไม่อยากไปอีก ลองถามให้เจาะจงว่าท่านกังวลเรื่องไหนที่สุด แล้วแก้ทีละเรื่อง เช่น จัดการเรื่องคนไปเป็นเพื่อนให้เรียบร้อย มักได้ผลกว่าการพยายามโน้มน้าวด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพ
Q: ลูกไปด้วยไม่ได้ ควรทำอย่างไรให้การตรวจครั้งนั้นยังได้ประโยชน์เต็มที่
A: สามอย่างที่ช่วยได้มากที่สุดคือ หนึ่ง เตรียมรายการยาและประวัติให้ครบก่อนวันตรวจ สอง ส่งตารางคำถามฝากถามแพทย์ไปกับคนที่ไปเป็นเพื่อนท่าน และสาม กำหนดให้มีคนสรุปให้ฟังหลังจบวัน ว่าแพทย์บอกอะไรและนัดครั้งถัดไปเมื่อไหร่ ทั้งสามอย่างนี้จัดการล่วงหน้าได้แม้คุณจะอยู่คนละจังหวัดหรือคนละประเทศ
----------------------------------------
DHUB บริการผู้ช่วยพาผู้สูงอายุไปหาหมอ และทำธุระ
ครอบคลุมทุกความต้องการ ดูแลอย่างมืออาชีพ
ผู้ช่วยทุกคนผ่านการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น มาตรฐานโรงพยาบาลวิมุต
ผู้ช่วยผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม มั่นใจได้
รายงานการดูแลตลอดวัน ให้คุณรับรู้ทุกการเคลื่อนไหว เสมือนไปด้วยตนเอง
ดูแลอย่างใกล้ชิด ปลอดภัย และไว้ใจได้
ค่าบริการ 999.- (ไม่รวมค่าเดินทาง) ฟรี! บริการ 1 ครั้ง เมื่อจองครั้งแรก *จำกัด 2,000 ท่านแรก
ติดต่อสอบถามบริการได้ที่LINE : @dhub
เบอร์โทรศัพท์ : 02-124-3364
ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
หมายเหตุทางการแพทย์: เนื้อหาในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อช่วยให้ครอบครัวเตรียมตัวก่อนพาผู้สูงอายุไปตรวจสุขภาพ ไม่ใช่คำวินิจฉัย คำแนะนำการรักษา หรือการทดแทนคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลเฉพาะราย รายการตรวจ ความถี่ การงดน้ำงดอาหาร และการใช้ยาทุกกรณีต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร และไม่ควรหยุดหรือปรับยาด้วยตนเองไม่ว่ากรณีใด
.png)



ความคิดเห็น