top of page

ของขวัญวันแม่สำหรับคุณแม่วัย 70+ ที่ท่านอยากได้จริง (แต่ไม่เคยบอกลูก)

  • 11 ส.ค.
  • ยาว 2 นาที
ไอเดียของขวัญวันแม่สำหรับคุณแม่วัย 70+

ปีที่แล้วคุณสั่งครีมบำรุงกล่องสวยส่งกลับไปที่บ้าน ปีก่อนหน้านั้นเป็นผ้าพันคอ ปีก่อนโน้นเป็นเครื่องนวดไฟฟ้าที่รีวิวดีมาก แล้ววันหยุดยาวที่ได้กลับไปเยี่ยมท่าน คุณเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงแล้วเห็นของทั้งสามอย่างวางเรียงอยู่ตรงนั้น ยังไม่ได้แกะสักชิ้น พอถามว่าทำไมไม่ใช้ คุณแม่ก็ตอบเหมือนทุกปีว่า "เก็บไว้ก่อน ของดี เสียดาย" ประโยคนั้นแทบไม่เคยแปลว่าท่านไม่ชอบ แต่มักแปลว่าของชิ้นนั้นไม่ได้อยู่ในจังหวะชีวิตของท่านจริง ๆ ครีมกล่องสวยเปิดฝายากเพราะเกลียวแน่นเกินแรงมือ ผ้าพันคอไม่มีโอกาสได้ใช้เพราะช่วงหลังท่านไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน ส่วนเครื่องนวดไฟฟ้าต้องอ่านคู่มือก่อนถึงจะใช้เป็น แล้วท่านก็ไม่อยากโทรมาถามลูกเพราะรู้ว่าลูกทำงานอยู่


บทความนี้จึงไม่ได้จัดของขวัญตามราคาหรือตามอันดับความนิยม แต่จัดตามสิ่งที่เปลี่ยนไปจริงในร่างกายและชีวิตประจำวันของคุณแม่วัย 70 ขึ้นไป พร้อมตารางจับคู่ว่าคุณแม่แบบไหนเหมาะกับของขวัญแบบไหน และหมวดที่แทบไม่มีใครเขียนถึงคือของขวัญที่ควรคิดให้ดีก่อนซื้อ


ทำไมของขวัญวันแม่ถึงมักไม่ถูกใช้ — 3 ข้อจำกัดที่คนซื้อมองข้าม


1. สายตาและแรงมือที่เปลี่ยนไปโดยไม่มีใครประกาศ

ตัวหนังสือบนฉลากที่คนอายุ 40 อ่านได้สบาย อาจเล็กเกินไปสำหรับสายตาที่เปลี่ยนไปตามวัย ฝาขวดแบบเกลียวแน่นหรือซองที่ต้องฉีกด้วยแรง กลายเป็นด่านแรกที่ทำให้ของชิ้นนั้นถูกวางกลับที่เดิม เช่นเดียวกับปุ่มกดแบบเรียบที่ไม่มีเสียงหรือแรงต้านตอบกลับ ท่านจะไม่แน่ใจว่ากดติดหรือยัง


2. ข้อเข่า หลัง และการทรงตัว

ของที่ต้องเก็บบนชั้นสูง ของที่หนักจนต้องใช้สองมือยก หรือของที่ต้องก้มลงไปหยิบบ่อย ๆ ล้วนเพิ่มจังหวะที่ท่านต้องเสี่ยงเสียการทรงตัวโดยไม่จำเป็น ของขวัญที่ดีในวัยนี้คือของที่หยิบใช้ได้จากระดับเอวถึงระดับสายตา


3. ของที่ต้องเรียนรู้ใหม่

อุปกรณ์ที่ต้องตั้งค่า ต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือมีหลายโหมดให้เลือก มักจบลงที่การถูกเก็บไว้ในกล่องเดิม ไม่ใช่เพราะท่านเรียนรู้ไม่ได้ แต่เพราะการเรียนรู้นั้นต้องมีคนนั่งอยู่ข้าง ๆ และท่านไม่อยากรบกวนเวลาของลูก

จุดร่วมของทั้งสามข้อคือ คุณแม่ส่วนใหญ่จะไม่บอกว่าใช้ไม่ได้ เพราะไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่าเลือกของผิด ความเงียบตรงนี้จึงไม่ใช่สัญญาณว่าของขวัญปีที่แล้วสำเร็จ


กลุ่มที่ 1 · ของขวัญที่ทำให้ชีวิตประจำวันของท่านง่ายขึ้น

ของกลุ่มนี้ไม่หวือหวาและถ่ายรูปลงโซเชียลไม่สวย แต่เป็นกลุ่มที่ถูกหยิบใช้จริงทุกวัน


  • ตลับยารายสัปดาห์แบบแบ่งช่องเช้า–กลางวัน–เย็น เลือกแบบตัวอักษรใหญ่ ฝาเปิดง่ายด้วยมือเดียว และช่องลึกพอที่เม็ดยาจะไม่กระเด็นเวลาหยิบ

  • โคมไฟหัวเตียงที่เปิดด้วยการแตะ ลดจังหวะการคลำหาสวิตช์ตอนลุกเข้าห้องน้ำกลางดึก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้สูงอายุลื่นล้มบ่อยที่สุดช่วงหนึ่ง

  • รองเท้าใส่ในบ้านพื้นกันลื่นแบบมีส้นหุ้ม ไม่ใช่รองเท้าแตะฟองน้ำ เพราะแบบหลังหลุดง่ายและไม่ยึดส้นเท้า

  • เก้าอี้นั่งอาบน้ำและราวจับในห้องน้ำ ฟังดูไม่โรแมนติกเลยสำหรับวันแม่ แต่เป็นของที่ลูกหลายคนบอกว่าเสียดายที่ไม่ได้ซื้อให้ตั้งแต่ปีก่อน

  • เสื้อผ้าที่ติดกระดุมหน้าแทนแบบสวมหัว และเนื้อผ้าที่ซับเหงื่อได้ดี ใส่สบายในบ้านโดยไม่ต้องรีด

  • แว่นสายตาสำรองอีกหนึ่งอัน วางไว้อีกจุดหนึ่งของบ้าน — ของที่ดูซ้ำซ้อนแต่ช่วยลดการเดินหาไปทั้งบ้าน


เกณฑ์ตัดสินง่าย ๆ ของกลุ่มนี้: ถ้าท่านต้องขอให้ใครสอนวิธีใช้ก่อน ของชิ้นนั้นมีโอกาสสูงที่จะถูกเก็บไว้ในลิ้นชัก


กลุ่มที่ 2 · ของขวัญที่ทำให้ท่านได้ออกจากบ้าน

การได้ออกไปข้างนอกไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่เป็นเรื่องของสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ส่งผลต่อกันโดยตรง คุณแม่หลายท่านค่อย ๆ ออกจากบ้านน้อยลงไม่ใช่เพราะไม่อยากไป แต่เพราะอุปสรรคเล็ก ๆ สะสมกันจนกลายเป็นความไม่มั่นใจ


  • ร่มน้ำหนักเบาที่กางได้ด้วยมือเดียว สิงหาคมเป็นช่วงกลางฤดูฝน ร่มที่หนักหรือกางยากทำให้ท่านต้องวางถุงของลงกับพื้นเปียกก่อนถึงจะกางได้

  • กระเป๋าสะพายข้างใบเล็กที่ใส่ของสำคัญได้พอดี บัตรประชาชน บัตรโรงพยาบาล สมุดนัด และยาประจำหนึ่งมื้อ — ขนาดที่พอดีทำให้ท่านไม่ต้องรื้อหาทั้งกระเป๋าที่หน้าเคาน์เตอร์

  • ไม้เท้าที่วัดความสูงให้พอดีกับท่านจริง ไม้เท้าที่สูงหรือต่ำเกินไปทำให้ทรงตัวแย่ลงกว่าเดิม ควรให้ท่านลองยืนวัดเอง หรือปรึกษาเภสัชกรหรือนักกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลที่ท่านไปประจำ

  • รองเท้าเดินนอกบ้านพื้นยางดอกลึก หน้าฝนกับพื้นกระเบื้องหน้าร้านหรือทางลาดโรงพยาบาลเป็นคู่ที่อันตรายกว่าที่คิด

  • การได้กลับไปที่เดิมที่ท่านผูกพัน วัดประจำ ตลาดเก่า หรือบ้านญาติที่ไม่ได้ไปมาหลายปี บางครั้งของขวัญที่ดีที่สุดไม่ใช่สิ่งของ แต่คือการทำให้การเดินทางครั้งนั้นเกิดขึ้นได้จริง


กลุ่มที่ 3 · ของขวัญที่เป็น "เวลา" — สิ่งที่ลูกซึ่งอยู่ไกลให้ได้จริง

ถ้าคุณอยู่คนละจังหวัดหรือคนละประเทศ กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ให้ผลมากที่สุดต่อหนึ่งบาทที่จ่าย เพราะสิ่งที่คุณแม่พูดถึงกับเพื่อนบ้านมักไม่ใช่ของที่ได้รับ แต่เป็นวันที่มีคนอยู่ด้วย


  • นัดโทรประจำที่ท่านรู้ว่าจะมาแน่ เวลาเดิม วันเดิมของทุกสัปดาห์ มีค่ากับท่านมากกว่าการโทรบ่อยแบบไม่มีจังหวะ เพราะท่านจะมีอะไรให้รอ

  • จัดแฟ้มข้อมูลสุขภาพให้ท่านหนึ่งชุด รวมรายการยาที่กินอยู่ ประวัติแพ้ยา เบอร์โรงพยาบาล วันนัดครั้งถัดไป และสิทธิการรักษาที่ใช้ — ใช้เวลาทำหนึ่งบ่ายในวันหยุด แต่ช่วยได้จริงในวันที่ฉุกเฉิน

  • เคลียร์ธุระที่ค้างคาให้จบ ต่อบัตรประชาชน เรื่องที่ธนาคาร หรือเอกสารที่ท่านเลื่อนมาหลายเดือนเพราะไปคนเดียวแล้วไม่รู้จะเริ่มตรงไหน

  • จัดการวันนัดหมอครั้งถัดไปไว้ล่วงหน้า ทั้งการดูวันนัด การเตรียมเอกสาร และการหาคนไปอยู่กับท่านตลอดวัน ถ้าคุณลางานไปเองไม่ได้


ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่ลูกหลานหลายคนรู้สึกลำบากใจที่สุด เพราะรู้สึกว่าควรเป็นตัวเองที่ไป แต่ในความเป็นจริง การที่คุณแม่ได้ไปตามนัดโดยมีคนที่ไว้ใจได้อยู่ข้างกาย ดีต่อท่านมากกว่าการเลื่อนนัดออกไปเรื่อย ๆ จนกว่าลูกจะว่าง


ของขวัญที่ควรคิดให้ดีก่อนซื้อ

หมวดนี้ไม่ค่อยมีใครเขียนถึง แต่เป็นหมวดที่ช่วยประหยัดเงินและความรู้สึกได้มากที่สุด


  • อาหารเสริมและวิตามิน เป็นของขวัญวันแม่ยอดนิยมที่มีความเสี่ยงซ่อนอยู่ เพราะอาหารเสริมบางชนิดมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาประจำตัว โดยเฉพาะในผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาโรคเรื้อรังหลายชนิดพร้อมกัน ถ้าอยากให้จริง ๆ ควรถ่ายรูปรายการยาที่ท่านกินอยู่ไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

  • ของที่ต้องปีนเก็บหรือมีน้ำหนักมาก ชุดเครื่องนอนหนา ๆ หรือหม้อใบใหญ่ที่ต้องยกด้วยสองมือ อาจกลายเป็นภาระมากกว่าของขวัญ

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายโหมด ถ้าจะให้จริง ควรตั้งค่าให้เสร็จ ลองใช้ให้ดูจนท่านทำเองได้ และเขียนวิธีใช้ตัวใหญ่ ๆ ติดไว้ที่ตัวเครื่อง

  • สัตว์เลี้ยง เป็นเพื่อนที่ดีมากก็จริง แต่ต้องคิดเรื่องการดูแลระยะยาว การพาไปหาสัตวแพทย์ และความเสี่ยงเรื่องการสะดุดล้ม ควรเป็นการตัดสินใจร่วมกัน ไม่ใช่เซอร์ไพรส์

  • ของที่ "ดีต่อสุขภาพ" แต่ท่านไม่ได้เลือกเอง เครื่องออกกำลังกายหรือคอร์สที่ท่านไม่เคยแสดงความสนใจ มักจบลงที่มุมห้อง และแอบส่งสารว่าลูกคิดว่าท่านดูแลตัวเองไม่ดีพอ


ตารางจับคู่: คุณแม่แบบไหน เหมาะกับของขวัญแบบไหน

สถานการณ์ของคุณแม่

ของขวัญที่ตรงจุดที่สุด

เหตุผล

ยังแข็งแรง ออกไปตลาดและไปวัดเองได้

รองเท้าพื้นกันลื่น ร่มกางมือเดียว กระเป๋าใบเล็ก

เสริมสิ่งที่ท่านทำอยู่แล้วให้ปลอดภัยขึ้น ไม่ไปลดอิสระของท่าน

เริ่มออกจากบ้านน้อยลงโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

การได้กลับไปที่เดิมที่ท่านผูกพัน พร้อมคนไปเป็นเพื่อน

มักเป็นเรื่องความไม่มั่นใจสะสม ไม่ใช่ความไม่อยากไป

มีโรคประจำตัวและนัดหมอสม่ำเสมอ

ตลับยารายสัปดาห์ แฟ้มข้อมูลสุขภาพ และการจัดการวันนัดครั้งถัดไป

ลดจุดที่พลาดได้จริงในชีวิตประจำวันของท่าน

อยู่บ้านคนเดียวเป็นส่วนใหญ่

โคมไฟแตะเปิด ราวจับในห้องน้ำ เก้าอี้นั่งอาบน้ำ

ช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยู่ด้วยคือช่วงที่ความปลอดภัยสำคัญที่สุด

ลูกอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ

นัดโทรประจำ + จัดการวันนัดหมอไว้ล่วงหน้า

เป็นของขวัญไม่กี่อย่างที่ให้ได้จริงจากระยะไกลและท่านรู้สึกได้ทุกเดือน

สรุป

ของขวัญวันแม่ที่คุณแม่วัย 70 ขึ้นไปได้ใช้จริง มักเป็นของที่หยิบง่าย ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ และช่วยให้ท่านยังออกไปใช้ชีวิตข้างนอกได้อย่างมั่นใจ ส่วนของขวัญที่ท่านจะพูดถึงนานที่สุด มักไม่ใช่สิ่งของ แต่คือวันที่มีคนอยู่ข้างกายท่าน


ถ้าปีนี้คุณอยากให้ของขวัญที่เป็น "เวลา"

DHUB คือบริการผู้ช่วยส่วนตัวที่ไปอยู่กับคุณแม่ตลอดวัน ทั้งวันที่ต้องไปโรงพยาบาลและวันที่ต้องไปทำธุระ ผู้ช่วยของเราเข้าห้องตรวจด้วย จัดการเอกสารแทน จดสิ่งที่แพทย์สั่ง รายงานให้คุณทราบระหว่างวัน และสรุปผลตรวจกับวันนัดครั้งถัดไปให้หลังจบงาน ผู้ช่วยทุกคนผ่านหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุที่พัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลวิมุต และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม


ค่าบริการ 999 บาท เริ่มต้น 8 ชั่วโมงต่อครั้ง (ไม่รวมค่าเดินทาง) และจองครั้งแรกฟรี 1 ครั้ง


ให้ DHUB เป็นตัวแทนความห่วงใยของคุณ — จองผ่าน dhub.care หรือทักถามก่อนได้ที่ LINE Official @dhub (ทีมงานติดต่อกลับภายใน 1 วัน)


คำถามที่ลูกหลานถามบ่อย

Q: งบเท่าไหร่ถึงเรียกว่าพอ

A: ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน และคุณแม่ส่วนใหญ่ไม่ได้วัดความรักด้วยราคา ของที่ท่านหยิบใช้ทุกวันในราคาไม่กี่ร้อยบาท มักถูกพูดถึงบ่อยกว่าของราคาหลายพันที่เก็บไว้ในกล่อง เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงกว่าคือ "ท่านจะได้ใช้กี่ครั้งต่อสัปดาห์"


Q: ให้เงินไปเลยได้ไหม

A: ได้ และไม่ใช่เรื่องที่ต้องรู้สึกผิด แต่เงินก้อนมักถูกเก็บไว้ให้ลูกหลานมากกว่าถูกใช้กับตัวท่านเอง ถ้าอยากให้ถึงตัวท่านจริง ลองให้เงินคู่กับการระบุจุดประสงค์ที่ชัดเจน เช่น เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับวันที่ต้องไปโรงพยาบาล หรือค่าเดินทางไปวัดที่ท่านชอบ


Q: อยู่ต่างประเทศ ส่งอะไรดี

A: ของที่ต้องขนส่งข้ามประเทศมักไม่คุ้มค่าส่งและอาจติดข้อจำกัดเรื่องอาหารและอาหารเสริม ทางที่ตรงกว่าคือจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ท่านแทน เช่น การเตรียมวันนัดหมอครั้งถัดไป หรือการหาคนไปอยู่กับท่านในวันที่ท่านต้องไปทำธุระสำคัญ ซึ่งจัดการจากต่างประเทศได้


Q: แม่บอกว่าไม่ต้องซื้ออะไร ควรเชื่อไหม

A: ประโยคนี้มักหมายถึง "ไม่อยากให้ลูกเปลืองเงิน" มากกว่า "ไม่อยากได้" วิธีที่ได้ผลกว่าการเดาคือถามให้เจาะจงลง เช่น "ช่วงนี้มีอะไรที่แม่อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำบ้าง" คำตอบที่ได้มักจะเป็นธุระที่ค้างอยู่หรือที่ที่อยากไป ซึ่งชัดเจนกว่าคำถามว่าอยากได้อะไร


Q: ซื้อของให้แล้วยังรู้สึกว่าไม่พอ ควรทำอย่างไร

A: ความรู้สึกนี้เกิดกับลูกเกือบทุกคนที่ทำงานไกลบ้าน และมักไม่ได้หายไปด้วยการซื้อของแพงขึ้น สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าคือการเปลี่ยนจากของขวัญปีละครั้ง เป็นระบบเล็ก ๆ ที่ทำงานได้ทั้งปี เช่น รู้ว่าท่านมีนัดหมอเมื่อไหร่ และรู้ว่าวันนั้นจะมีใครอยู่กับท่าน


----------------------------------------


DHUB บริการผู้ช่วยพาผู้สูงอายุไปหาหมอ และทำธุระ

ครอบคลุมทุกความต้องการ ดูแลอย่างมืออาชีพ


  • ผู้ช่วยทุกคนผ่านการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น มาตรฐานโรงพยาบาลวิมุต

  • ผู้ช่วยผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม มั่นใจได้

  • รายงานการดูแลตลอดวัน ให้คุณรับรู้ทุกการเคลื่อนไหว เสมือนไปด้วยตนเอง

  • ดูแลอย่างใกล้ชิด ปลอดภัย และไว้ใจได้

  • ค่าบริการ 999.- (ไม่รวมค่าเดินทาง) ฟรี! บริการ 1 ครั้ง เมื่อจองครั้งแรก *จำกัด 2,000 ท่านแรก


ติดต่อสอบถามบริการได้ที่LINE : @dhub

เบอร์โทรศัพท์ : 02-124-3364


ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page